เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลของบริษัทประกันภัยรถยนต์หลังน้ำท่วม

6 ม.ค. 2555


หัวข้อข่าว : เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลของบริษัทประกันภัยรถยนต์หลังน้ำท่วม

รายละเอียด :

       หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมพัดพาเอาความยากความลำบาก รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน เงินทองแล้ว ผลของอุทกภัยครั้งนี้ยังสร้างภาระปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย ปัญหาที่นับได้ว่าเป็นที่กังวลของเหล่าบรรดาผู้ประสบภัยนั่นก็คือ ปัญหารถยนต์ที่โดนน้ำท่วมซึ่งการซ่อมแต่ละครั้งก็คงต้องไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แน่นอน และการจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือการเคลมกับบริษัทแต่ละครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เช่นกันหากความบกพร่องนั้นเกิดขึ้นจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวเราเอง
ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดอุทกภัยภัยทางธรรมชาติที่สร้างความวิตกกังวลให้กับบรรดาเจ้าของรถยนต์ทั้งหลายที่กลัวว่าจะเกิดความเสียหายแก่รถยนต์ของตนเอง กรณีที่ท่านเจ้าของรถยนต์ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยไว้ เช่น ประกันภัยชั้น ๑ จะได้รับความคุ้มครองจากน้ำท่วมอยู่แล้ว โดยเจ้าของรถยนต์ต้องรีบติดต่อไปยังบริษัทประกันภัยที่ทำไว้ ยิ่งโทรแจ้งประกันเร็วเท่าใด รถของท่านก็จะได้รับการซ่อมเร็วเท่านั้น ทางบริษัทประกันจะตรวจเช็คสภาพรถที่เสียหาย เปลี่ยนอะไหล่ และอุปกรณ์ที่เสียหายให้แก่เจ้าของรถที่ทำประกันภัยชั้น ๑ ได้แต่มีข้อยกเว้นว่า กรณีเจ้าของรถพยายามขับรถฝ่าน้ำที่ท่วมสูงในกรณีนี้บริษัทประกันภัยจะสามารถตรวจสอบได้จากสภาพที่เครื่องยนต์สำลักน้ำ ส่วนประกันภัยชั้น ๒ หรือ ๓ พลัส ให้เจ้าของกรมธรรม์ดูก่อนว่ามีระบุเรื่องความคุ้มครองประกันภัยเกี่ยวกับอุกภัยหรือไม่ โดยถ้าเป็นกรณีที่ผู้ทำประกันทำประกันผ่ายนายหน้า (โบรกเกอร์) ให้ทางเจ้าของรถติดต่อเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์ก่อน โดยทางโบรกเกอร์จะช่วยประสานติดต่อบริษัทประกันภัยอีกทีหนึ่งและยังจะช่วยตรวจสอบหลังการซ่อมให้แก่เจ้าของรถอีกทีหนึ่ง ทั้งนี้ทางเจ้าของรถยนต์ต้องดูแลหรือตรวจสอบข้อมูลเงื่อนไขของทางประกันรถยนต์เป็นอย่างดี สคบ. มีข้อปฏิบัติน่ารู้เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ให้กับผู้บริโภคทราบเมื่อต้องการเคลมรถยนต์หรือเรียกร้องค่าซ่อมรถยนต์หลังน้ำท่วมมาแนะนำ
         สิ่งแรกคือถ้าต้องการเคลมรถยนต์ที่เกิดจากความเสียหายสามารถนำหลักฐานการเคลมไปยื่นทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ได้เลย ทั้งนี้ความเสียหายจากรถที่ถูกน้ำท่วม และสาเหตุต้องเป็นเหตุสุดวิสัยมิใช่เกิดจากเจตนา กรณีที่ ๒ ถ้าน้ำท่วมรถแต่ยังสามารถยกหรือลากออกมาได้ ให้รีบแจ้งทางบริษัทประกันให้หารถมายกหรือลากออกไป ถ้าเกรงว่าไม่ทันการให้แจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อขอเลขที่เคลมไว้ก่อน แล้วติดต่อรถมายกเองเลย โดยสำรองจ่ายไปก่อน กรณีที่ ๓ ถ้ารถยนต์โดนน้ำท่วมแล้ว และไม่สามารถยกหรือลากออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงสิ่งที่ท่านต้องทำให้ประกันเห็นคือลดความเสียหายให้มากที่สุด เช่น ถอดแบตเตอรรี่ออก ถอดกล่องสมองกล ถ่ายภาพรถตอนโดนน้ำท่วมไว้ด้วยเพื่อจะได้เห็นภาพรวมของความเสียหาย ส่วนเรื่องการซ่อมต้องเป็นเรื่องการเจรจาต่อรองกับบริษัทประกันภัย และคงขึ้นอยู่กับรถของท่านด้วยว่าอายุรถกี่ปี ทำกับบริษัทนี้มาต่อเนื่องยาวนานเพียงใด กรณีที่รถมีอายุการใช้งานมาระดับหนึ่งแล้ว ทางบริษัทประกันภัยจะไม่ให้เปลี่ยนอะไหล่ของแท้ มือหนึ่ง เพราะมองว่าอะไหล่เดิมที่เสียหายมีค่าเสื่อมอยู่ดังนั้นท่านก็ต้องต่อรองเอง
                                     …………………………………………………………………………
ข้อมูลจาก : สมาคมหน้าหน้าประกันภัยและรายการ โต๊ะข่าว สคบ.
วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔