สิ่งเล็กๆ ที่มาพร้อมขนมถุง

13 มิ.ย. 2554

 
หัวข้อข่าว : สิ่งเล็กๆ ที่มาพร้อมขนมถุง
รายละเอียด :

        ขนมกับเด็กๆ เป็นของคู่กันมานานและชนิดของขนมมักจะแตกต่างกันไปตามยุค ตามสมัย แต่ยุคปัจจุบันขนมบรรจุถุงหลากหลายยี่ห้อมีสีสันสวยงามมีวางจำหน่ายหาซื้อง่ายอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อและตามร้านค้าทั่วไป จึงทำให้ทุกวันนี้ขนมถุงกลายเป็นฝันร้ายของ แต่ละครอบครัว ไม่เฉพาะแต่เด็ก ๆ ผู้ใหญ่ก็มีพฤติกรรมการกินขนมถุงเช่นกัน สาเหตุก็เกิดจากผู้ผลิตได้มีการแข่งขันการผลิตและจำหน่ายโดยใช้สื่อทางทีวีโฆษณาให้ผลิตภัณฑ์ของตน เป็นที่ล่อตาล่อใจ ใช้ดารานักแสดงที่ได้รับความนิยมมาเสนอสินค้าของตนเอง เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างพฤติกรรม ให้ผู้บริโภคเลียนแบบ ซึ่งพฤติกรรมการกินเหล่านั้นจะส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้หากได้รับในปริมาณที่มาก เพราะขนมถุงส่วนใหญ่จะให้สารอาหาร คือ คาร์โบไฮเดรต รองลงมาเป็นน้ำตาล และมีโปรตีน แต่ที่มีมากสุดนั่นคือ เครื่องปรุงรสที่อยู่ในขนมทำให้เด็กๆ ติดขนมถุง ถ้าหากขนมถุงมีรสเค็มจะมีเกลือผสมอยู่มาก ดังนั้นควรดูแลตนเองและบุตรหลาน โดยก่อนซื้อขนมถุงให้อ่านฉลากให้ละเอียด ถ้าระบุว่า มีเกลือไม่เกิน ๐.๒๕ กรัม หรือ โซเดียมไม่เกิน ๐.๑ กรัม แสดงว่ามีไม่มาก แต่ถ้าระบุว่า มีเกลือเกิน ๑.๒๕ กรัม หรือมีโซเดียม ๐.๕ กรัมขึ้นไป (เทียบจากอาหาร ๑๐๐ กรัม) ซึ่งหากบริโภคเข้าไปร่างกายจะได้รับเกลือในปริมาณมาก จะทำให้ไตไม่สามารถขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกายได้ เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้มีโรคอื่นๆ แทรกซ้อนตามมา ส่วนขนมถุงที่มีรสหวานผลที่ตามมาก็คือ อาการฟันผุและโรคอ้วน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นจึงควรฝึกวินัยการกินดังนี้ ประการที่หนึ่ง ไม่ควรซื้อขนมถุงกินบ่อยนัก ประการที่สอง ไม่กินขนมหลังมื้ออาหาร ประการที่สาม ระหว่างที่ทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือดูทีวี อย่ากินขนมขบเคี้ยว เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ประการที่สี่ อย่าซื้อขนมถุงติดบ้าน ฝึกนิสัยให้กินผลไม้โดยหาซื้อผลไม้ มาทดแทนขนมถุง

         ดังนั้น ขนมถุงอาจเป็นเรื่องเล็กๆ ที่คิดว่าไม่มีพิษภัยร้ายแรง แต่เรื่องเล็กๆ หากสะสมภัยเอาไว้เรื่อยๆ จนกลายเรื่องใหญ่ขึ้นมาจะได้โทษมากกว่าประโยชน์อย่างแน่นอน แต่หากได้ตระหนักถึงอันตรายเอาไว้ก่อนที่จะเกิดโทษ จะช่วยป้องกันปัญหาจากสิ่งเล็กๆ
ที่มองข้ามไปได้