เคล็ดไม่ลับ ก่อนปราบศัตรูพืช

13 มิ.ย. 2554

หัวข้อข่าว : เคล็ดไม่ลับ ก่อนปราบศัตรูพืช

รายละเอียด :


           "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" เป็นคำกล่าวที่ทุกคนเคยได้ยิน เนื่องจากประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ที่ดินทุกแห่งหนสามารถเพาะปลูกพืชพันธุ์นานาชนิดให้พวกเราได้บริโภคกัน แต่พืช ผัก เหล่านี้ กว่าจะมาถึงให้เราได้รับประทานต้องผ่านหลายกระบวนการ หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว

             ในกระบวนการเพาะปลูก พืช ผัก มักพบปัญหาเกี่ยวกับการถูกรบกวนจากศัตรูพืช จำพวกแมลงต่าง ๆ ซึ่งมักสร้างปัญหาให้เกษตรกร และการแก้ปัญหาดังกล่าวก็มีเพียงทางเดียว คือ การกำจัด หรือ ฆ่า พวกแมลงที่มาคอยรบกวน กัดกิน จนพืช ผัก ที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหาย

              ในปัจจุบัน เกษตรกรเป็นจำนวนมากเลือกใช้วิธีกำจัดศัตรูพืชด้วยการใช้สารจากธรรมชาติ ที่ผลิตจากพืชหรือสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการปราบศัตรูพืช ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ยาสูบ มะกรูด กะเพรา การใช้วิธีนี้ปลอดภัยแน่นอนทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค แต่ก็มีข้อจำกัดว่าอาจจะเห็นผลช้าและมีวิธีในการเตรียมที่ค่อนข้างยุ่งยากสักนิด ทำให้เกษตรกรบางรายเลือกที่จะใช้สารเคมีฆ่าแมลงแทน ซึ่งเห็นผลเร็ว สะดวกและประหยัดเวลา

               คงไม่น่าเป็นห่วง หากเกษตรกรมีการเตรียมตัวหรือทำตามขั้นตอนที่ถูกวิธีทุกครั้งที่จะทำการปราบศัตรูพืชโดยใช้สารเคมี แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ยังคงมีเกษตรกรบางรายที่ละเลย ไม่ทำตามคำแนะนำ คำเตือนที่แสดงบนฉลากถึงขั้นตอนของการใช้ หรือวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง เพราะสารเคมีฆ่าแมลงเหล่านี้ นอกจากจะเป็นอันตรายกับพวกแมลงแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด สารเคมีฆ่าแมลงบางประเภทมีฤทธิ์แรง สลายตัวช้า หากเกษตรกรได้รับหรือสัมผัสผ่านทางปาก ทางผิวหนัง หรือสูดดมเข้าไปก็จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ทั้งนั้น

              สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ปรารถนาที่จะให้เกษตรกรทุกรายใช้สารเคมีฆ่าแมลงอย่างถูกวิธีและปลอดภัย จึงขอย้ำเตือนให้ปฏิบัติ ดังนี้



  • อ่านและศึกษาวิธีใช้ คำแนะนำ คำเตือนที่แสดงบนฉลากให้เข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  • หากต้องมีการผสมสารเคมีฆ่าแมลง ห้ามคนหรือกวนด้วยมือเปล่าโดยเด็ดขาด ควรใช้วัสดุ อุปกรณ์อื่นช่วย เช่น ไม้
  • ก่อนฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลง ต้องสวมถุงมือ หน้ากาก และแต่งกายให้มิดชิด เพื่อป้องกันละอองของสารพิษ
  • ต้องอยู่เหนือลมเสมอ ในขณะฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลง
  • ห้ามดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร ขณะฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลง
  • เมื่อเลิกฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลงแล้ว ต้องล้างมือ อาบน้ำด้วยสบู่หลายๆ ครั้งและซักเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วให้สะอาด
  • อุปกรณ์ที่ใช้ต้องล้างให้สะอาด และเก็บไว้ในที่ที่พ้นมือเด็ก
  • ภาชนะที่บรรจุสารเคมีฆ่าแมลง เมื่อใช้หมดแล้วต้องนำไปฝังดิน ห้ามเผาไฟ
  • หลังจากฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลงครั้งสุดท้ายแล้ว ต้องเว้นระยะเวลาไว้ ๑๔ -๑๕ วัน จึงเก็บผลผลิตไปรับประทานได้