ระวังพิษกาเฟอีนจากการสวนกาแฟเกินขนาด

7 ส.ค. 2549

           แพทย์เตือนสวนกาแฟล้างพิษไม่ได้ลดความอ้วน การใช้กาแฟบรรจุซองต้มสวนทางทวารหนักเสี่ยงต่อการได้รับกาเฟอีนเกินขนาด เสี่ยงต้องพิษกาเฟอีนถึงขั้นเสี้ยนยาก่ออันตรายต่อสุขภาพ ย้ำให้เลือกอุปกรณ์สวนกาแฟที่เหมาะสม การนำถุงสวนกาแฟกลับมาใช้ซ้ำเสี่ยงร่างกายได้รับเชื้อราทางทวารหนัก
 
          นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี กล่าวว่า ปัจจุบันมีการสวนกาแฟทางทวารหนักเพื่อล้างพิษกันอย่างแพร่หลาย ยิ่งมีดาราคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า สวนกาแฟแล้วลดความอ้วนได้ ยิ่งทำให้วัยรุ่นที่กินอาหารจั๊งฟู้ด ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ หันมาสวนกาแฟ โดยหวังว่าจะลดความอ้วน ซึ่งถือเป็นการเข้าใจผิด ต้องตระหนักว่าการสวนกาแฟไม่ได้ช่วยลดความอ้วน ในทางการแพทย์ทางเลือกใช้การสวนกาแฟเพื่อให้สารกาเฟอีนดูดซึมผ่านเส้นเลือดดำที่ลำไส้ใหญ่ ไปกระตุ้นตับให้สลายสารพิษ เป็นการลดสารพิษในร่างกาย แต่การสวนกาแฟทุกวันนี้กระทำอย่างขาดหลักการ ขาดความเข้าใจ โดยเฉพาะการใช้ถุงสวนกาแฟ ซึ่งต่างประเทศผลิตเพื่อใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่คนไทยนำกลับมาใช้อีก ถุงลักษณะนี้อมความชื้น เกิดเชื้อราได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่อการรับเชื้อราเข้าร่างกายทางทวารหนัก
 
          นพ.บรรจบ กล่าวว่า การสวนกาแฟที่ถูกต้องควรมีเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน มีหม้อ หรือกระป๋องสแตนเลส เมื่อใช้แล้วสามารถล้างทำความสะอาด ตากให้แห้งได้ นอกจากนั้น การใช้กาแฟบรรจุซองสำหรับสวนล้างพิษโดยเฉพาะ กาแฟลักษณะนี้ทำให้ร่างกายได้รับปริมาณมากเกินไป เนื่องจากใน 1 ถุง นำมาต้มเพื่อสวนกาแฟ 1 ครั้ง มีปริมาณกาแฟมากถึง 2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับร่างกายได้รับกาแฟถึง 2 ช้อนโต๊ะ ขณะที่การดื่มกาแฟทั่วไปใส่กาแฟเพียง 1-2 ช้อนชา เท่านั้น
 
         "คนที่สวนกาแฟบรรจุซอง ทำให้กาเฟอีนทะลักเข้าสู่ตับมากเกินไป เมื่อตับรับไม่ไหวจะส่งไปยังหัวใจ สมอง เกิดอาการใจเต้น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเกินกว่าเหตุ แต่คนที่สวนกาแฟมากเกินปกติกลับหลงดีใจว่า สวนแล้วดีเหมือนขับพิษจากร่างกาย แต่ความจริงคือ เขาได้รับพิษจากการรับกาเฟอีนเกินขนาด นอกจากนั้น ยังมีการบอกต่อ ๆ กันแบบผิด ๆ บอกให้สวนกาแฟทุกวัน หรือวันละ 2-3 ครั้ง การสอบแบบนี้ผิด เพราะเท่ากับต้องพิษกาแฟ เมื่อไม่ได้สวนจะทำให้หงุดหงิดอารมณ์เสีย เพราะเสี้ยนยา อยากได้กาเฟอีนจากกาแฟ ดังนั้น จะทำอะไรต้องเดินสายกลาง ระยะห่างการสวนกาแฟควรอยู่ที่ 3-7 วันต่อครั้ง” นพ.บรรจบ กล่าว
 
          นพ.บรรจบ กล่าวว่า การล้างพิษยังทำได้ด้วยการอดอาหารเพื่อล้างพิษ คือ ใน 1 วัน งดเว้นการรับประทานข้าวและเนื้อสัตว์ หันมารับประทานผลไม้เพียงอย่างเดียว เช่น มะละกอ ฝรั่ง แอปเปิล ร่วมกับการดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำสมุนไพร ร่างกายจะปรับสภาพดึงไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้ ระบบต่าง ๆ ได้พัก พอถึงรุ่งเช้าให้ดื่มน้ำสะอาด 1 ขวด บีบมะนาวใส่ 2 ลูก ระบบขับถ่ายจะทำงานดีขึ้น ควรอดเพื่อล้างพิษสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเดือนละ 1 ครั้ง ส่วนหญิงตั้งครรภ์ และเด็กไม่ควรอดเพื่อสุขภาพ ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
 
  
เว็บไซต์ที่มา : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=4713724038004
แหล่งที่มา    : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ