๒. สิทธิของผู้บริโภค

1 ก.ย. 2565

๒. สิทธิของผู้บริโภค

๒.๑ สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการซื้อขายสินค้าหรือบริการซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ย่อมได้รับการคุ้มครอง ดังนี้ ๑

(๑) ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ถูกต้องและเพียงพอ

(๒) ผู้บริโภคมีอิสระในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ

(๓) ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ

(๔) ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการเลือกซื้อสินค้าและบริการ

(๕) ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา



๑ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔

 

******************************

 

๒.๒ สิทธิของผู้บริโภคในการบอกเลิกสัญญาและขอรับเงินคืน

นอกเหนือจากสิทธิทั่วไปในฐานะผู้ซื้อสินค้าแล้วผู้บริโภคทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นตลาดแบบตรงยังได้รับสิทธิบอกเลิกสัญญาและขอรับเงินคืนเพิ่มอีกด้วย ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้การบอกเลิกสัญญาในกรณีปกติจะต้องเป็นไปตามข้อสัญญาหรือเป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้แต่การทำสัญญาซื้อขายทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นนอกสถานประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจหรือเป็นสัญญาที่คู่สัญญาไม่ได้อยู่เฉพาะหน้าในขณะทำสัญญาผู้บริโภคอาจสั่งซื้อสินค้าจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงหรือสั่งซื้อสินค้าผ่านทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ ตลอดจนการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งการทำสัญญารูปแบบนี้ผู้บริโภคไม่มีโอกาสเห็นหรือตรวจสอบสินค้านั้นก่อนหรือเห็นรูปลักษณะของสินค้าได้อย่างชัดเจน และสินค้าที่ผู้บริโภคสั่งซื้อมักไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ทั้งนี้ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้กำหนดสิทธิของผู้บริโภค ในการซื้อสินค้าหรือบริการจากการขายผ่านตลาดแบบตรงผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญาโดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาภายในเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับสินค้าหรือบริการ ไปยังผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ๒

กรณีที่ผู้บริโภคใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาต้องเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ๓

(๑) ส่งคืนสินค้าไปยังผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

(๒) เก็บรักษาสินค้าไว้ตามสมควรภายในระยะเวลายี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ใช้สิทธิเลิกสัญญาเว้นแต่สินค้านั้นเป็นของเสียง่ายโดยสภาพไม่อาจเก็บรักษาได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้เก็บรักษาตามเวลาและวิธีการอันควรแก่สภาพ เมื่อพ้นกำหนดนั้นแล้ว ผู้บริโภคจะเก็บรักษาสินค้านั้นไว้หรือไม่ก็ได้

หน้าที่ของผู้บริโภคในการส่งคืนสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ

หากผู้บริโภคเลือกเก็บรักษาสินค้าไว้หลังจากบอกเลิกสัญญาแล้วผู้บริโภคมีหน้าที่ส่งคืนสินค้าให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงได้โดยวิธีดังต่อไปนี้ ๔

(๑) ให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง มารับคืนสินค้านั้น ณ ภูมิลำเนาของผู้บริโภค

(๒) กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงขอให้ผู้บริโภคส่งคืนสินค้าทางไปรษณีย์โดยเก็บเงินปลายทางผู้บริโภคต้องส่งสินค้าภายในยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา

(๓) กรณีที่เป็นสินค้าสิ้นเปลือง ผู้บริโภคมีหน้าที่คืนเฉพาะส่วนที่เหลือจากการใช้ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญา ๕

(๔) ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะยึดหน่วงสินค้าไว้ได้จนกว่าจะได้รับเงินคืนที่ผู้บริโภคจ่ายไปในการซื้อสินค้านั้น ๖

หน้าที่ของผู้ประกอบการกรณีผู้บริโภคส่งคืนสินค้า

เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิเลิกสัญญาตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงจะต้องคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคเต็มจำนวนตามที่ผู้บริโภคได้จ่ายไปเพื่อการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญา ๗ส่วนกรณีที่ ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงใดไม่คืนเงินตามจำนวนและภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้นชำระเบี้ยปรับตามอัตราที่คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงประกาศกำหนดให้แก่ผู้บริโภค ๘ ตามประกาศคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง เรื่อง กำหนดอัตราเบี้ยปรับกรณีผู้จำหน่ายอิสระตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงไม่คืนเงินตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้แก่ผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๔๗



๒ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๓

๓ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง

๔ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๔ วรรคสอง

๕ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๔ วรรคสาม

๖ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๔ วรรคห้า

๗ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๖

๘ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๖ วรรคสอง


******************************

 

๒.๓ สิทธิการส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงมีหน้าที่จัดทำเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการและส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคพร้อมกับสินค้าหรือบริการ ๙ เอกสารการซื้อขายดังกล่าวต้องมีข้อความภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่ายโดยระบุชื่อผู้ซื้อและผู้ขาย วันที่ซื้อขาย และวันที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ รวมทั้งสิทธิของผู้บริโภค ในการเลิกสัญญาซึ่งสิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวต้องกำหนดด้วยตัวอักษรที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป ๑๐

ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงผู้ใดไม่จัดทำเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงผู้ใดไม่ส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการ หรือส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการไม่เป็นไปตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง ต้องรับโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ๑๑

คำรับประกันสินค้าหรือบริการให้จัดทำเป็นภาษาไทยและระบุถึงสิทธิของผู้บริโภคในการเรียกร้องสิทธิตามคำรับประกันที่ชัดเจนและสามารถเข้าใจได้ถึงเงื่อนไขที่ระบุไว้ รายละเอียดเกี่ยวกับคำรับประกันสินค้าหรือบริการดังกล่าวให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงประกาศกำหนด ๑๒ เนื่องจากการกำหนดข้อความที่จะใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อการเสนอขายสินค้าหรือบริการและการทำคำรับประกันถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ผู้บริโภคจะต้องได้รับรู้ก่อนเข้าทำสัญญากับผู้ประกอบการ หากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ต้องรับโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท ๑๓

 


๙ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง

๑๐ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๐ วรรคสอง

๑๑ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๑/๒

๑๒ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๗

๑๓ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๑


******************************