ทำความเข้าใจกับการคิดดอกเบี้ยตามประกาศธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฯ

28 มิ.ย. 2561

วันที่ 26 มิถุนายน 2561 พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้ นายอุฬาร จิ๋วเจริญ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา เข้าประชุม และรับฟังความคิดเห็นจากสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เกี่ยวกับแบบสัญญาให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 ที่จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค การประชุมครั้งนี้ เป็นการกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะในช่วงที่ผ่านมามีการนำเสนอข้อมูลความคิดเห็น ที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงบางประการ "โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการคิดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่าเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยลดต้น ลดดอก” เหมือนกับสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย สคบ.ขอชี้แจงว่า"การคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังคงใช้แบบ เงินต้นคงที่ (Flat Rate) เหมือนเดิม”ตามที่ใช้ในการคำนวณค่าเช่าซื้อในแต่ละงวด ทั้งนี้ ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำตารางแสดงภาระหนี้สินตามสัญญาสำหรับผู้เช่าซื้อแต่ละราย โดยให้ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) เพื่อประโยชน์กับผู้บริโภคให้ได้รับทราบภาระดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะปิดบัญชีค่าเช่าซื้อก่อนครบกำหนดสัญญา จะได้ส่วนลดอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระร้อยละ 50 และในกรณีการคิดเบี้ยปรับกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระเงินค่างวดให้ผู้ประกอบธุรกิจคิดเบี้ยปรับได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (effective interest rate) บวกร้อยละสามต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี