สคบ. “คุมเข้มตลาด EV” ประกาศบังคับใช้ฉลากรถยนต์–รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีนาคม 2569 ย้ำผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

25 มี.ค. 2569

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จัดระเบียบตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ประกาศกำหนดให้ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เป็น “สินค้าที่ควบคุมฉลาก” โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 หลังจากที่ สคบ. ได้ทำการศึกษาข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ต่อ
การคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยเสนอคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก พิจารณาการบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม ซึ่งผ่านการปรึกษาหารือ รับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อเป็นยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างเป็นธรรม

               นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่น้ำมันมีราคาแพง
ซึ่งหลายภาคส่วนมีการปรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) มีการขยายตัวของธุรกิจจัดส่งสินค้า ส่งผลให้ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจาก มีความประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และ
มีความคล่องตัว ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ภายใต้ประกาศดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำฉลากสินค้า
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยต้องแสดงรายละเอียดสำคัญ ได้แก่

  • ชื่อสินค้า รุ่น และเครื่องหมายการค้า
  • ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • รายละเอียดทางเทคนิคของยานยนต์
  • ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ และระยะทางการใช้งาน
  • วิธีใช้ ข้อแนะนำ และคำเตือนด้านความปลอดภัย
  • ราคา และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ฉลากต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ณ จุดจำหน่าย และต้องไม่ใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า การกำหนดให้สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าควบคุมฉลาก เป็นข้อบังคับ
ตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องเร่งตรวจสอบและปรับปรุงฉลากสินค้าให้ถูกต้องก่อนกำหนดบังคับใช้

โดยเฉพาะผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่า หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค และต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด

                   นายรณรงค์ฯ ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าในตลาด
ยานยนต์ไฟฟ้า สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันพัฒนาตลาด EV
ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน หากผู้บริโภคข้อสงสัยสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการ สามารถร้องทุกข์ผ่านช่องทาง Application ocpb connect หรือทางเว็บไซต์ www.ocpb.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง