ตรวจสอบตู้น้ำหยอดเหรียญอัตโนมัติ ย่านลาดพร้าว

7 พ.ค. 2561

วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 พลตำรวจตรี ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้นายฐิตินันท์ สิงหา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก ประชุมหารือร่วมกับนายทวีศักดิ์ เลิศประจำพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ณ สำนักงานเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติ จากการหารือ พบว่า เขตลาดพร้าวมีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติที่มีการตั้งให้บริการประชาชน จำนวน 292 ตู้ โดยมีตู้ที่มาขออนุญาตติดตั้งอย่างถูกกฎหมาย จำนวน 30 ตู้ ส่วนกรณีที่ไม่ได้มาขออนุญาตนั้น เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่าย จำนวน 2,000 บาท ในการชำระค่าธรรมเนียมขออนุญาตติดตั้งตู้น้ำดื่มจากกทม. ระหว่างเจ้าของพื้นที่ให้เช่าติดตั้งตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญและผู้ประกอบการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ซึ่งหากพบว่ายังไม่ดำเนินการมาขออนุญาต ให้สำนักงานเขตลาดพร้าวสั่งผู้ประกอบการหยุดให้บริการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญดังกล่าวแก่ผู้บริโภคทันที พร้อมร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบตู้นำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติ ณ ซอยนาคนิวาส 29 และ ซอยนาคนิวาส 48 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยสุ่มตรวจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติ จำนวน 3 แห่ง พบว่า เป็นตู้ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตลาดพร้าวในการติดตั้งให้บริการน้ำดื่มแก่ผู้บริโภค แต่เมื่อตรวจสอบการฉลากสินค้า พบว่า ปฏิบัติไม่ถูกต้องทั้งหมด เช่น ไม่ระบุ คำเตือน ข้อแนะนำในการใช้ วันเดือนปีที่เปลี่ยนไส้กรอง ชื่อประเภทสินค้า ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 31 (พ.ศ.2553) ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง ให้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งหากผู้ใดขายสินค้าที่ไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากสินค้าไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือหรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเป็นผู้ผลิต สั่งหรือนำเข้าต้องระวางโทษจำคุกไม่ 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ