สคบ. จับมือภาคธุรกิจ ส่งเสริมสิทธิผู้บริโภค ชูมาตรฐานแจ้งข้อมูลและค่าใช้จ่ายก่อนให้บริการ เป็นต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดีของผู้ประกอบธุรกิจ

17 ก.ค. 2569

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ณ ศูนย์บริการรถยนต์ บริษัท โตโยต้า บัสส์ จำกัด สาขาวิภาวดี เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง และคำนึงถึงสิทธิของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามกระบวนการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้บริโภค ตั้งแต่การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน การแจ้งรายละเอียดงานซ่อมและค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินการ การอธิบายทางเลือกในการซ่อมอย่างชัดเจน รวมถึงการขอความยินยอมจากผู้รับบริการก่อนดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ช่วยสร้างความโปร่งใส ลดข้อพิพาท และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

ผู้บริหารของศูนย์บริการได้สะท้อนแนวคิดการดำเนินงานว่า การให้บริการที่มีคุณภาพต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ โปร่งใส และการเคารพสิทธิของผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนใช้บริการทุกครั้ง

สคบ. เห็นว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองผู้บริโภค และเป็นตัวอย่างที่ดีของการประกอบธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการแจ้งข้อมูลและค่าใช้จ่ายก่อนให้บริการ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ลดข้อร้องเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “การคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบันต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจยกระดับมาตรฐานการให้บริการ โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง การแจ้งรายละเอียดและค่าใช้จ่ายก่อนให้บริการ รวมถึงการเคารพสิทธิในการตัดสินใจของผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเป็นธรรมและลดข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค”

นายประเดิมชัย กล่าวต่อว่า สคบ. พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้แนวปฏิบัติที่ดีของภาคธุรกิจขยายผลในวงกว้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจของประเทศ และสร้างวัฒนธรรมการให้บริการที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพราะเมื่อผู้ประกอบธุรกิจดำเนินงานอย่างโปร่งใส ผู้บริโภคได้รับข้อมูลครบถ้วนและสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

“ผู้ประกอบธุรกิจที่ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนก่อนให้บริการ คือผู้ที่กำลังสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับทั้งอุตสาหกรรม สคบ. จะเดินหน้าส่งเสริมให้แนวปฏิบัติเช่นนี้เกิดขึ้นในทุกภาคธุรกิจ เพราะการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้น ย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อเกิดข้อพิพาท และจะนำไปสู่สังคมการค้าที่เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และยกระดับคุณภาพการให้บริการของประเทศในระยะยาว” นายประเดิมชัย กล่าว

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเชิงรุกของ สคบ. ในการส่งเสริมมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจเพื่อผลักดันให้เกิดการประกอบธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงสิทธิของผู้บริโภค โดยมิใช่การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดหรือดำเนินการตามข้อร้องเรียนแต่อย่างใด