สคบ. ร่วม กรมการค้าภายใน ปูพรมตรวจชุดสังฆทาน-ไทยธรรม ย้ำห้ามผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาช่วงปีใหม่

29 ธ.ค. 2568

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายรณรงค์
พูลพิพัฒน์) มอบหมาย นายประยงค์ เฉลิมทิศ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ กองคุ้มครองผู้บริโภค 2
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคบ. ร่วมกับ กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อรณรงค์ให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเน้นย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเทศกาลปีใหม่ ลดการเอาเปรียบ สร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค ณ ตลาดเก่าริมน้ำเจ้าพระยา เทศบาลนครปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

ช่วงเทศปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นสิ่งดีงาม ผู้บริโภคหลายท่านเลือกทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยหนึ่งในรูปแบบการทำบุญที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งบรรดาพุทธศาสนิกชน
คนไทย-พุทธ นิยมคือการเข้าวัดทำบุญ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการซื้อเครื่องชุดสังฆทาน ได้แก่ ชุดสังภัณฑ์ ชุดไทยธรรม เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป แต่ในบางกรณีอาจพบปัญหา เช่น สินค้าหมดอายุ สินค้าที่มีคุณภาพไม่เหมาะสม ปริมาณหรือรายการสินค้าไม่ครบถ้วนตามที่แสดงไว้ รวมถึงการแสดงราคาและข้อมูลสินค้าที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่รู้ตัว 

​การลงตรวจสอบสินค้าดังกล่าวในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงถือเป็นภารกิจสำคัญของ สคบ. ในการดูแลสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการเลือกซื้อสินค้า และเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการเลือกซื้อชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ และขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติ
ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยผู้บริโภคควรสังเกตป้ายแสดงราคาและรายละเอียดสินค้า เพื่อเปรียบเทียบ
ความคุ้มค่าและความเหมาะสมในการเลือกซื้อ ให้ได้บุญทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในการนำสินค้าที่มีคุณภาพถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ กรณีผู้ประกอบการจัดจำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมขายสินค้าโดยไม่จัดทำฉลาก
หรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากนั้นไม่ถูก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นผู้ผลิตหรือนำเข้าจะมีโทษหนักกว่าคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

​ทั้งนี้ หากประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องทุกข์ผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือเว็บไซต์ สคบ. www.ocpb.co.thและสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์ได้ที่ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลหรือองค์การบริหารส่ว