รัฐมนตรีสันติเปิดปฏิบัติการ “หาดใหญ่ต้องรอด” สั่ง สคบ. ระดมเอกชน–สายการบิน–แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ เปิดมาตรการช่วยประชาชนชุดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

1 ธ.ค. 2568

ท่ามกลางวิกฤตอุทกภัยที่ซัดถล่มอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอย่างรุนแรง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต สั่งการด่วนให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) 
เปิดปฏิบัติการ “ฟื้นหาดใหญ่และพื้นที่อุทกภัยภาคใต้” แบบเต็มกำลัง โดยมอบหมายให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ประสานทุกหน่วยงานรัฐ-เอกชนระดับประเทศ เพื่อเปิดชุดมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ “ครอบคลุมที่สุด-เร็วที่สุด” ซึ่งทุกหน่วยงานเร่งนำมาตรการที่สามารถช่วยประชาชนได้ทันที โดยมีเป้าหมายเดียวคือ “ประชาชนต้องรอด พ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”

ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ สรุปมาตรการในการช่วยเหลือ ดังนี้

1) ช็อปออนไลน์ส่งฟรีทั้งหาดใหญ่ Shopee - สคบ. 
    เปิดเกมช่วยด่วนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่การคมนาคมได้รับผลกระทบ สคบ. จับมือ Shopee เปิดมาตรการแรงที่สุดแห่งปี
•    ส่งฟรีทั้งเดือนธันวาคม 2568 สำหรับทุกคำสั่งซื้อปลายทางหาดใหญ่
•    อยู่ระหว่างการพิจารณา ลดราคาสินค้าจำเป็นหลายรายการ เช่น อุปกรณ์
ซ่อมบ้าน เครื่องมือซ่อมแซม เสื้อผ้า - ชุดชั้นใน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย
ในช่วงฟื้นฟูบ้านเรือน
  ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงของใช้จำเป็นได้ “แม้น้ำยังไม่ลด” ถือเป็นการตอบสนองประชาชนรวดเร็วที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตครั้งนี้

2) รถจมน้ำไม่ต้องจ่ายหนัก - สคบ. จับมือนายกสมาคมอู่กลาง ประกาศช่วยแบบเต็มอัตรา
    เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ไวที่สุด สคบ. เปิดมาตรการช่วยผู้เสียหายด้านรถยนต์ ดังนี้
•    ประเมินราคาค่าซ่อมฟรีทุกราย
•    ส่วนลดอะไหล่พิเศษช่วยเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ
พร้อมกดดันเสนอเพิ่ม 3 มาตรการเจาะจุดปัญหาจริง
•    ลดค่าแรงซ่อม
•    เพิ่มระยะเวลารับประกันงานซ่อม
•    รับประกันอะไหล่ทุกชิ้นที่เปลี่ยน
สมาคมฯ รับลูกทันที และจะประกาศผลภายในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ นับเป็นความรวดเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อนในอุตสาหกรรมอู่ซ่อมรถ

3) ผู้ประสบภัยไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้ - ประกาศ “พักหนี้ 6 เดือน” พร้อมปรับโครงสร้างทันที
    ผู้ประกอบการเช่าซื้อรถยนต์–รถจักรยานยนต์ ร่วมเสนอ 2 มาตรการช่วยเหลือหนักที่สุด
•    พักชำระหนี้ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือน เพื่อลดภาระประชาชนที่ต้องซ่อมบ้าน-ซ่อมรถ
-ฟื้นฟูธุรกิจ
•    ปรับโครงสร้างหนี้รายคน เพื่อให้ค่างวดเหมาะกับรายได้จริง
มาตรการนี้ถือเป็น “เกราะป้องกันหนี้เสียระดับประเทศ” และช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้ในภาพรวม

4) สายการบิน-OTA 10 ราย ผนึกกำลังช่วยผู้โดยสาร เปิด Flex ทุกเงื่อนไข
    สายการบินและ OTA 10 หน่วยงาน เข้าร่วมหารือ พร้อมประกาศมาตรการช่วยเหลือแบบ
ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่
•    ขยายอายุการใช้ตั๋ว 30-90 วัน
•    เปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินภายในภาคใต้ได้ทั้งหมด
•    เปลี่ยนเที่ยวบินโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
•    แก้ไขปัญหา เครดิตเซล ที่เกิดจากการเลื่อน-ยกเลิกเที่ยวบิน
ระยะยาว : คุมราคา OTA ครั้งแรกของประเทศ
สคบ. – CAAT - ETDA จับมือจัดทำหลักเกณฑ์ควบคุมราคาของ OTA เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส และจะใช้กลไกกฎหมายด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นฐานบังคับใช้

ภายหลังน้ำเริ่มลด สคบ. จะส่งทีมตรวจพื้นที่ทันทีเพื่อกำชับและขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจเต็นท์รถ – อู่ซ่อม – วัสดุก่อสร้างทั่วหาดใหญ่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เช่น
•    เต็นท์รถมือสอง ต้องเปิดเผยประวัติรถตามจริงโดยเฉพาะ “รถน้ำท่วม”
•    อู่ซ่อมรถ ต้องมีเอกสารซ่อม–ราคา–อะไหล่–การรับประกันครบถ้วน
•    วัสดุก่อสร้าง (Metal Sheets) ตรวจสอบฉลากจริงทุกแผ่น เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกขายสินค้าคุณภาพต่ำช่วงซ่อมบ้าน
ปฏิบัติการนี้เน้น “เร็ว–ลึก–เข้ม” เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกโกงแม้แต่บาทเดียว
ด้าน รัฐมนตรีสันติ ปิยะทัต พร้อมผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้ถึงมือประชาชนที่ประสบภัย
โดยเร่งด่วน พร้อมทั้งได้กำชับให้ สคบ. ทำงานเชิงรุก เชื่อมข้อมูลทุกฝ่าย พร้อมติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อให้ประชาชนภาคใต้ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ในช่วงวิกฤติครั้งนี้

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า เรื่องทรัพย์สิน สคบ. จะทำหน้าที่ในการเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือประชาชนตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1166 หรือร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th รวมถึง คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกจังหวัด เพราะ “ข้อมูลจากประชาชน คือหัวใจของการกำหนดมาตรการที่ดีที่สุด”