สคบ. เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก ตรวจร้านอาหารบนแอปฯ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้นโยบาย รมต.สันติ ปิยะทัต

13 พ.ย. 2568

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์) มอบหมายให้นายณัชภัทร ขาวแก้ว นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่กองคุ้มครองผู้บริโภค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายอาหารตามสั่งที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ย่านสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากได้รับแจ้งจากผู้บริโภคว่าสั่งซื้อต้มยำราคา 120 บาท ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ แต่ปรากฏว่าต้มยำที่ได้รับมีเพียงเครื่องต้มยำเล็กน้อย ไม่มีเนื้อสัตว์แต่อย่างใด ผู้บริโภคเห็นว่าต้มยำที่ได้รับไม่เหมาะสมกับราคา และผู้บริโภคเกรงว่าร้านอาหารตามสั่งดังกล่าวอาจมีพฤติการณ์ฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารในช่วงเวลาที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่และสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีเรื่องดังกล่าวเพื่อประกอบการพิจารณา

 

จากการสอบถามเจ้าของร้านอาหารตามสั่งให้ข้อมูลว่าร้านได้แสดงราคาเมนูอาหารดังกล่าวบนแอปพลิเคชันออนไลน์ โดยคิดราคาเริ่มต้นของเมนูต้มยำ 120 บาท ซึ่งไม่มีเนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบในการปรุงประกอบอาหาร แต่หากผู้บริโภคต้องการเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู สามารถเลือกได้ตามความต้องการแต่ทางร้านจะคิดเพิ่มรายการละ 10 บาท ซึ่งได้แสดงราคาไว้อย่างชัดเจนบนแอปพลิเคชันออนไลน์ ในส่วนของการฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารช่วงเวลาที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”  ทางร้านแจ้งว่าขายราคานี้มานานพอสมควรก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แล้ว และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์  ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจกับร้านอาหารพร้อมทั้งได้กำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์อย่างเหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งเจ้าของร้านอาหารดังกล่าวรับทราบและยินดีปฏิบัติให้ถูกต้อง การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย “Quick Big Win” ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการลดรายจ่ายและภาระค่าครองชีพของประชาชน และให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าและการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งหากมีผู้บริโภคร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการสั่งซื้อสินค้าและบริการ จากผู้ประกอบธุรกิจในโครงการ“คนละครึ่งพลัส” สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะเป็นผู้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบการประกอบธุรกิจเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค