สคบ. ลุยตรวจร้านค้าที่ติดป้ายเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งฯ แต่ไม่สามารถใช้บริการตามสิทธิได้

13 พ.ย. 2568

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์) มอบหมายให้นายมานะ บุญส่ง ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 1 ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ สคบ. กองคุ้มครองผู้บริโภค 2 กองคุ้มครองผู้บริโภคส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเขตดินแดง และสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านนวดแห่งหนึ่ง สืบเนื่องจากมีผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ของรัฐบาล กรณีร้านนวดติดป้ายเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส แต่เมื่อผู้บริโภคใช้บริการจริง ปรากฏว่าไม่ให้บริการคนละครึ่ง พลัส โดยพนักงานอ้างว่าเจ้าของร้านฯ ไม่อยู่ที่ร้านฯ และโทรศัพท์ที่ใช้สแกนรับเงินไม่ได้อยู่ที่ร้านฯ ทำให้ไม่สามารถให้ลูกค้าสแกนได้

ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า วันเกิดเหตุผู้บริโภคเข้ารับบริการนวด 1 ชั่วโมง ราคา 400 บาท หลังจากเข้ารับบริการ ผู้บริโภคได้แจ้งพนักงานร้านขอใช้สิทธิคนละครึ่ง แต่เนื่องจากแอปพลิเคชันมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถใช้สแกนโครงการคนละครึ่งได้ ทางร้านได้มีแนวทางช่วยเหลือผู้บริโภคให้เข้ารับบริการนวดฟรี 1 ชั่วโมง และปัจจุบันร้านได้ดำเนินการแก้ไขแอปพลิเคชันให้สามารถใช้งานได้ปกติ

และในวันเดียวกัน สคบ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง พลัส โดยทางร้านขายเมี่ยงคำยำตะไคร้สด จะคิดราคาเพิ่มขึ้น อีกทั้งร้านดังกล่าวไม่แสดงราคาสินค้า ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ร้านดังกล่าวตั้งอยู่ ณ ตลาดไทยภัทร บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบร้านดังกล่าวแต่อย่างใด และจากการสอบถามร้านค้าใกล้เคียงได้รับแจ้งว่าเป็นแม่ค้าขาจร ไม่ได้มาเป็นประจำทุกวัน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย “Quick Big Win” ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีหากมีผู้บริโภคร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการสั่งซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งพลัส" สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะเป็นผู้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบการประกอบธุรกิจเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป