“สันติ ปิยะทัต” ลั่น เอาจริง! หยุดภัยบุหรี่ไฟฟ้าทำลายเยาวชน สั่ง สคบ.บุกจับ! ร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าใจกลางเมืองสมุทรปราการ

8 พ.ย. 2568

ภายใต้นโยบายเข้มข้นของ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศชัด “ต้องกวาดล้างการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้สิ้นซาก” ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อปกป้องประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ ภายหลังจากที่ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุยจับบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก. ปคบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับยึดของกลางจากผู้ค้าส่งบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายสันติฯ ยังสั่งการต่อเนื่องให้ สคบ. สืบค้นหาเบาะแสและข้อมูลจากผู้ค้าปลีกบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่

ล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที หลังได้รับเบาะแสจากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบเปิดเผยในย่านชุมชนกลางเมืองสมุทรปราการ ภายใต้การนำของ นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 และเจ้าหน้าที่ สคบ. ได้จัดกำลังออกปฏิบัติการ 2 ชุด บุกตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 2 จุดอย่างเฉียบพลัน ผลการตรวจสอบพบว่า มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างโจ่งแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเข้าตรวจค้นและสามารถ ตรวจยึดของกลางรวม 553 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 บาท ก่อนนำส่งดำเนินคดีต่อ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ โดยปฏิบัติการจับกุมการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าครั้งนี้มีการดำเนินการในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น.เสร็จสิ้นในเวลา 01.05 น. ของวันถัดไป ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ สคบ. เดินหน้าปฏิบัติอย่าง “แม่นยำ รวดเร็ว และถึงตัวผู้กระทำผิด”

นายรณรงค์ฯ เปิดเผยว่า “สคบ. เอาจริง! กับขบวนการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยร้ายที่บ่อนทำลายสุขภาพของคนไทยโดยเฉพาะเยาวชน การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดไม่ให้มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศอีกต่อไป”

สคบ. ย้ำชัดว่า บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสินค้าต้องห้ามในประเทศไทย การนำเข้า จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อขาย ถือว่าผิดกฎหมายและผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการจำหน่ายหรือโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ได้ที่สายด่วน 1166 ร้องเรียนผ่าน
แอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือ เว็บไซต์ www.ocpb.go.th ภารกิจครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นจากนโยบาย “รัฐมนตรีสันติ ปิยะทัต” ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรมสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมเห็นว่า “กฎหมายไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่คือเครื่องมือในการปกป้องชีวิต
ของประชาชน”