“OCPB Fasttrack” ก้าวใหม่คุ้มครองผู้บริโภคไทย เชื่อมตรง 12 ภาคธุรกิจ แก้ปัญหาทันใจภายใต้นโยบาย Quick Big Win

7 พ.ย. 2568

          ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล ที่มุ่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในภารกิจสำคัญคือ “การคุ้มครองผู้บริโภค” ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อยกระดับการคุ้มครองให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้ร่วมกับภาคธุรกิจชั้นนำ เปิดตัวโครงการ “OCPB Fasttrack” ระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาผู้บริโภคเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด

 

          วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “OCPB Fasttrack” ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กับผู้บริหารจากภาคธุรกิจชั้นนำรวม 12 บริษัท เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านคุ้มครองผู้บริโภคกับภาคธุรกิจโดยตรง ซึ่งในโอกาสนี้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และ นายศรัณย์ รักษ์เผ่า ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภค ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของงาน พิธีลงนามในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ “รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการประสานงานและการแก้ไขปัญหาระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

 

          นายรณรงค์ ได้กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนภารกิจคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้แนวทาง “Quick Big Win” ของ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกมิติ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่พฤติกรรมการซื้อขายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยโครงการ “OCPB Fasttrack” ถือเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ เพราะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐ
กับภาคธุรกิจแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

          นายรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอขอบคุณผู้บริหารทั้ง 12 บริษัท ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ ความร่วมมือในวันนี้ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการบริหารงานเชิงรุกที่มุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ถือเป็น “Quick Big Win” ที่จับต้องได้ และจะเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อผู้บริโภคไทยในอนาคต”

 

          ทั้งนี้ ภาคธุรกิจที่ร่วมลงนามประกอบด้วยบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เน็กซเตอร์ ดิจิตอล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด, บริษัท ลาซาด้า จำกัด, บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสพีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอพ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ถือได้ว่าเป็น “หมุดหมายใหม่” ของระบบการคุ้มครองผู้บริโภคไทย ที่ผสานพลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการสร้างสังคมแห่งความเชื่อมั่น โปร่งใส และยั่งยืน เพื่อผู้บริโภคทุกคนในประเทศไทย