“สันติ ปิยะทัต” เผย สคบ. พบ 21 เรื่องร้องเรียน “คนละครึ่งพลัส”

4 พ.ย. 2568

          “สันติ ปิยะทัต” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่ง สคบ. เดินหน้าคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หลังพบการร้องเรียน 21 เรื่องทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม
ถึง 3 พฤศจิกายน 2568  โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการบวกเพิ่มราคาสินค้าและการเรียกเก็บภาษี
โดยไม่ชี้แจง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที

 

          วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านสายด่วน 1166 และ 10 คู่สาย สคบ. รับเรื่องร้องทุกข์ รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายน 2568 รวมทั้งสิ้น 21 เรื่อง ได้แก่

                     1. การบวกเพิ่มราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จำนวน 4 เรื่อง

                     2. การเก็บภาษีเพิ่มจากราคาสินค้าโดยไม่ชี้แจงให้ผู้บริโภครับทราบ จำนวน 4 เรื่อง

                     3. ปรับขึ้นราคาสินค้าหลังจากเข้าร่วมโครงการ จำนวน 3 เรื่อง

                     4. ร้านค้าติดป้ายแสดงว่าเข้าร่วมโครงการ แต่เมื่อสแกนพบว่าไม่ได้เข้าร่วมจริง จำนวน 2 เรื่อง

                     5. จำหน่ายสินค้าในราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป จำนวน 2 เรื่อง

                     6. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากราคาสินค้า จำนวน 2 เรื่อง

                     7. หักเงินจากยอดซื้อโดยไม่มีการชี้แจง หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ จำนวน 2 เรื่อง

                     8. จัดโปรโมชันโดยไม่มีการลดราคาตามที่โฆษณา จำนวน 1 เรื่อง

                     9. สแกน QR Code แล้วขึ้นข้อความว่า “อยู่ระหว่างดำเนินการ” โดยร้านค้าติดป้ายเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1 เรื่อง

 

          โดยปัญหาที่พบมากที่สุดคือ การบวกเพิ่มราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และการเก็บภาษีเพิ่มจากราคาสินค้าโดยไม่ชี้แจงให้ผู้บริโภครับทราบ สะท้อนถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการของบางร้านค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้สิทธิ์ตามเงื่อนไขโครงการ จึงสั่งการให้ สคบ. จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากผู้ร้องเรียนเพิ่มเติม พร้อมให้คำปรึกษาและแนวทางการช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการทางกฎหมายกับร้านค้าที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขของโครงการ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและป้องกันการกระทำที่ไม่เป็นธรรม

          ท้ายนี้ นายสันติ ปิยะทัต ได้เน้นย้ำให้ประชาชนที่ใช้สิทธิ์ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ตรวจสอบสถานะร้านค้าอย่างรอบคอบก่อนใช้สิทธิ์ พร้อมสังเกตราคาสินค้าและเงื่อนไขให้ชัดเจน หากพบการกระทำที่ไม่เป็นธรรม หากผู้บริโภคพบเห็นการกระทำดังกล่าวหรือได้รับความไม่เป็นธรรมจากการใช้สิทธิในโครงการ  “คนละครึ่งพลัส” สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องทุกข์มายังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผ่านระบบ OCPB Complaint ได้ที่ https://complaint.ocpb.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย สคบ. ได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ OCPB FastTrack เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาการซื้อสินค้าหรือบริการ ภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส”