“สันติ” ขับเคลื่อนความร่วมมือ สคบ.-สภาทนายความ ตั้ง “ทนายอาสา” ช่วยคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคทั่วประเทศ

29 ต.ค. 2568

สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ เดินหน้าความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสภาทนายความ จัดตั้งโครงการ “ทนายอาสา” ประจำจังหวัด เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้บริโภค พร้อมเน้นย้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และผลักดันแนวทางป้องกันปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนอย่างจริงจัง

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ และคณะผู้บริหารสมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย
ได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงาน
ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เกี่ยวกับแนวทางการให้ความร่วมมือกันในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค การมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือ
ทางกฎหมายแก่ผู้บริโภค และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ
กับเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่ส่งเข้ามายังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยพบว่า
หลายจังหวัดมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก แต่สคบ. จังหวัดกลับมีเจ้าหน้าที่เพียง 2 - 3 คน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างจำกัด ต้องอาศัยความร่วมมือจากศูนย์ดำรงธรรมและฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยมีสถิติการไกล่เกลี่ยสำเร็จสูงถึง 90%

ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดให้สภาทนายความมีส่วนช่วยในการสนับสนุน “ทนายความอาสา” ประจำ สคบ. จังหวัด คล้ายโครงการทนายอาสาตามสถานีตำรวจและศาลทั่วประเทศ
โดยจะเริ่มนำร่องในจังหวัดใหญ่ ก่อนจะขยายให้ครบทุกจังหวัด เพื่อช่วยให้คำปรึกษา ไกล่เกลี่ยและยุติปัญหาให้กับผู้บริโภค โดยจะมีทนายอาสาเข้าให้คำปรึกษาสัปดาห์ละ 1 - 2 วัน ทั้งนี้ ทนายอาสาจะต้องผ่านการคัดกรองและอบรมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สคบ. ก่อนเข้าประจำ สคบ. จังหวัด

“ผมย้ำว่าการดำเนินการนี้ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม และให้มีการติดตามความคืบหน้ารายสัปดาห์
เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นของผิดกฎหมาย แต่ยังมีช่องว่างและความสับสนในข้อกฎหมาย ในเรื่องนี้ สคบ.และ
สภาทนายความสามารถร่วมกันรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองในฐานะผู้บริโภค เพื่อร่วมกันปกป้องสุขภาพ
ของเยาวชนและสังคมโดยรวม” นายสันติ กล่าว