สคบ. ผนึกกำลัง บก.ปอศ. ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนกลางกรุง!

10 ก.ย. 2568

                     เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 11.15 น. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. และกองคุ้มครองผู้บริโภค 2 นำโดยนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยนางวิภาดา ทัพมงคล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ และคณะ ลงพื้นที่ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อตรวจสอบการลักลอบผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ณ โกดังแห่งหนึ่ง
ย่านบางขุนเทียน

                     จากการตรวจสอบพบว่าโกดังดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคารสูง 3 ชั้น โดยในชั้นที่ 2 ถูกใช้เป็นสถานที่ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้ง มีแรงงานต่างชาติทำการประกอบและบรรจุลงกล่องเพื่อจำหน่ายต่อให้กับผู้ค้าปลีกบุหรี่ไฟฟ้า โดยตรวจพบของกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 เรื่องห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงน้ำยาที่เกี่ยวข้อง ส่วนในชั้นที่ 3 ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทอดสดการเสนอขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายไม่มีการจัดทำฉลากตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก พ.ศ. 2565 และชั้นที่ 1 ใช้เป็นพื้นที่ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปดังกล่าว

                     ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ได้ทำการยึดบุหรี่ไฟฟ้าที่ตรวจพบในชั้นที่ 2 เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีอาญากับผู้ผลิตเพื่อขายและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของ สคบ. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 5 (2) ยึดสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตรวจพบในชั้นที่ 1 และชั้นที่ 3 ซึ่งประกอบด้วยเสื้อยืดจำนวน 3 ตัว เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

                     สคบ. พร้อมจะเป็นที่พึ่งให้กับผู้บริโภค สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 1166 ร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือ เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ทุกจังหวัดหรือตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน รวมถึงเมืองพัทยาและสำนักงานเขตทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนช่องทางการร้องทุกข์ ผ่านระบบ Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้บริโภค