รมต.จิราพรฯ สั่งเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ก้าวทันการค้าในยุคดิจิทัลและสอดรับเศรษฐกิจดิจิทัล–เสริมสิทธิผู้บริโภค

18 มิ.ย. 2568

ในการดำเนินธุรกิจยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล
ที่การค้าขายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ “หน้าร้าน” แบบเดิมอีกต่อไป ผู้ประกอบธุรกิจต่างหันมาใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน และ
การใช้โปรโมชันอัตโนมัติ เช่น ลด แลก แจก แถม หรือระบบสมาชิกออนไลน์อย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบัน อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ยังคงมีข้อจำกัดในการรองรับบริบทของการค้าสมัยใหม่ ที่มีความแตกต่าง
และมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้ผลักดันให้มีการทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมายดังกล่าว
ให้มีความทันสมัย โดยมุ่งให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี
พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้ครอบคลุมและเข้มแข็งยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีมติเห็นชอบ
ให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาและจัดทำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหน้าที่วิเคราะห์ปัญหา ศึกษาข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน และยกร่างบทบัญญัติใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ต่อเนื่องในวันที่ 6 มิถุนายน 2568 สคบ. ได้จัด โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อเสนอในการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีประเด็นสำคัญ อาทิ

(1) การลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกในการร้องเรียนและดำเนินคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค

(2) การกระจายอำนาจการคุ้มครองผู้บริโภคสู่ระดับจังหวัด ให้คณะกรรมการจังหวัดสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

(3) การกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าต่างประเทศต้องจัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้อง
ก่อนผ่านพิธีการศุลกากร เพื่อสอดรับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสิทธิของผู้บริโภคภายในประเทศ

 

และในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 สคบ. ได้จัดเวที รับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย สะท้อนสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่สร้างภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร ทั้งนี้
เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการคุ้มครองผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่โปร่งใส ยุติธรรม และยั่งยืน

การขับเคลื่อนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปกลไกคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ก้าวทันโลก และสร้างสมดุลระหว่างสิทธิผู้บริโภคกับเสรีภาพทางธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง สคบ. มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน