สคบ. จัดโครงการซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการ ในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567

23 ส.ค. 2567

สคบ. จัดโครงการซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา

เรื่อง  ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการ

ในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567

 

 

                   วันนี้ (23 .. 2567) เวลา 09.00 . เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการ       ในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567

                   สืบเนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีการจับจ่ายซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์โดยเรียกเก็บเงินปลายทางมากขึ้น เพราะสะดวกสบายแค่มีเพียงโทรศัพท์เครื่องเดียวก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ ทำให้เกิดช่องว่างให้กับผู้ประกอบธุรกิจบางรายหลอกลวงผู้บริโภค เช่น ส่งสินค้าไม่ตรงปก ไม่ได้รับสินค้า สินค้าที่ได้รับมีความชำรุดบกพร่อง ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าแต่มีสินค้าไปส่งแล้วเรียกเก็บเงิน สินค้าสูญหาย และไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ ในกรณีผู้บริโภคเลือกชำระเงินปลายทางเมื่อผู้บริโภคได้ชำระเงินให้กับผู้ให้บริการขนส่งสินค้าแล้ว   เกิดปัญหาต้องการที่จะขอเงินคืน ปรากฏว่าผู้ให้บริการขนส่งสินค้าได้นำเงินไปจ่ายให้กับผู้ขายสินค้าแล้ว        และผู้บริโภคไม่สามารถติดต่อไปยังผู้ขายสินค้าได้ทำให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใด ๆ ซึ่ง สคบ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์ในกรณีเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้หามาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลโดยออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจ       ที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาผู้ขายสินค้าที่ไม่สุจริต หลอกลวงผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมและเกิดความเสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าและรับบริการขนส่งจากผู้ประกอบธุรกิจ ดังนั้น สคบ. ได้ออกประกาศฯ ฉบับนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเป็นการปกป้องคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและใช้บริการขนส่งสินค้า รวมทั้งผู้บริโภค  จะได้รับการชดเชยเยียวยาความเสียหายด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม

                   ประกาศดังกล่าวครอบคลุมทั้งปัญหากรณีการเก็บเงินปลายทางที่มาจากการซื้อสินค้า  ผ่านทางช่องทางออนไลน์ และการเก็บเงินปลายทางกรณีอื่น ๆ ได้แก่ สั่งซื้อสินค้าแล้วได้รับสินค้าไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าแต่มีสินค้าไปส่งแล้วเรียกเก็บเงินปลายทาง และสั่งซื้อสินค้าแล้วสินค้าที่ได้รับ            มีความชำรุดบกพร่อง โดยการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าจะต้องมีการจัดทำหลักฐานการรับเงินและส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคทันทีที่ได้รับชำระค่าบริการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

                      

                       1. กำหนดให้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ส่งสินค้า อย่างน้อยให้ระบุ ชื่อและนามสกุล       ของบุคคลธรรมดา หรือชื่อนิติบุคคล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล

                            2.  กำหนดให้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจ อย่างน้อยให้ระบุ ชื่อและนามสกุล     ของบุคคลธรรมดา หรือชื่อนิติบุคคล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล

                            3. กำหนดให้ระบุรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้า ได้แก่ หมายเลขติดตามพัสดุข้อมูลพนักงานผู้นำส่งสินค้าและผู้รับเงินโดยเรียกเก็บปลายทางจากผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้รับสินค้า เช่น ชื่อ       และนามสกุล หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้รับสินค้า เช่น ชื่อและนามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลของพัสดุ โดยระบุรายละเอียดของสินค้าที่แสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าอะไร จำนวนเงินที่เรียกเก็บปลายทาง วัน เดือน ปี ที่ส่งมอบสินค้า

                            4. กำหนดให้ผู้บริโภคสามารถเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงินได้ หากตรวจแล้วพบว่ามีปัญหาสั่งซื้อสินค้าแล้วได้รับสินค้าไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าแต่มีสินค้าไปส่งแล้วเรียกเก็บเงินปลายทาง และสินค้าที่ได้รับมีความชำรุดบกพร่อง ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระเงินและไม่รับสินค้าได้

                            5. กำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าถือเงินค่าสินค้าเป็นระยะเวลา 5 วัน นับแต่วันที่ผู้บริโภค รับสินค้าก่อนที่จะส่งเงินให้กับผู้ขายสินค้า หากผู้บริโภคแจ้งเหตุที่ขอคืนสินค้าและขอเงินคืนภายใน 5 วัน ว่าผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ตนไม่ได้สั่งซื้อ หรือได้รับสินค้าไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ หรือสินค้าที่ตนสั่งซื้อมีความชำรุดบกพร่อง และหากผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบว่ามีเหตุตรงตามที่ผู้บริโภคแจ้งมา ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินให้กับผู้บริโภคภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้บริโภค

                       6. ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบุข้อความที่เป็นการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของ            ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ส่งสินค้า ข้อความที่กำหนดว่าห้ามไม่ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนหรือคืนสินค้าไม่ว่ากรณีใด ๆ      และข้อความจะไม่คืนเงินที่ผู้บริโภคได้ชำระมาแล้วไม่ว่ากรณีใด ๆ ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

                   ทั้งนี้ หากผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางแอปพลิเคชัน OCPB Connect พูดคุยสอบถามกับ Chat Bot พี่ปกป้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางเว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือเดินทางมาด้วยตนเอง   ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดสามารถร้องเรียนได้ที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ทุกจังหวัด