คคบ. ฟาดหนัก! สั่งฟ้องผู้ประกอบการละเมิดสิทธิ มูลค่ากว่า 23 ล้านบาท

22 ส.ค. 2567

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2567 เวลา 13.30 น. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวจิราพร สินธุไพร) ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
(นายธีระพงษ์  วงศ์ศิวะวิลาส) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 4/2567  ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

                      จากการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย
อย่างเข้มข้น สั่งฟ้องผู้ประกอบการกว่า
52 ราย ฐานละเมิดสิทธิผู้บริโภค คดีใหญ่รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท ครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ สินค้าและบริการทั่วไปรายละเอียด ดังนี้

                   ทบทวนการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจ 2 ราย

1.        ซื้อห้องชุดแล้วขอเลิกสัญญา บริษัทฯ ไม่คืนเงิน   ผู้บริโภค 2 ราย ซื้อห้องชุดแล้วต้องการยกเลิกสัญญา ปฏิเสธการคืนเงินและริบเงินที่ผู้บริโภคชำระไปแล้วทั้งหมด ทั้งเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ รวมเป็นเงิน 2,352,000 บาท มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 2,352,000 บาท
พร้อมดอกเบี้ย รวมถึงดำเนินการให้ผู้บริโภครายอื่นที่ได้รับความเสียหายที่มีลักษณะเดียวกัน

2.    สั่งซื้อเครื่องยนต์ใช้แล้วไม่ตรงกับที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อเครื่องยนต์ใช้แล้วจากเฟซบุ๊ก
แห่งหนึ่ง และชำระเงิน 30,000 บาท
ต่อมาผู้ร้องพบว่าเครื่องยนต์ดังกล่าวไม่ตรงกับที่ใช้งานจึงแจ้งยกเลิกสัญญา และผู้ขายตกลงคืนเงินให้ หลังจากนั้นปรากฏว่าผู้ขายไม่คืนเงินให้และไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน
30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                   ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ 14 ราย

1.    ซื้อห้องชุด บริษัทฯ ก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญา ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ห้องชุดกับบริษัทฯ แต่บริษัทฯ ดำเนินการก่อสร้างห้องชุดไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ผู้ร้องจึงมีความประสงค์
ขอยกเลิกสัญญาและเงินทั้งหมดคืน
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 1,194,375 บาท
พร้อมดอกเบี้ย

2.    ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านพักอาศัย  ผู้บริโภคได้ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านกับ
ผู้รับจ้าง จำนวน 2
,400,000 บาท แต่ผู้รับจ้างก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ต่อมาได้จ้างบริษัทฯ ทำการประเมินราคาส่วนที่เหลือและจะต้องดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ เป็นเงิน 800,000 บาท ผู้ร้องจึงมีความประสงค์ให้ผู้รับจ้างเดิมคืนเงินจำนวนดังกล่าว มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 800,000 บาท
พร้อมดอกเบี้ย

 

 

3.   ว่าจ้างก่อสร้างรั้ว  ผู้รับจ้างก่อสร้างรั้วผิดสัญญา โดยรั้วที่สร้างล้มซ้ำซาก ผู้เสียหาย
จึงจ้างผู้อื่นซ่อมแซมและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คณะกรรมการมีมติให้ผู้รับจ้างชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน
20,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย เนื่องจากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งที่ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งผู้รับจ้างให้คืนเงิน 20,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย

4.    ซื้อห้องชุด บริษัทฯ ก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญา ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อ
จะขายห้องชุดกับบริษัทฯ ชำระเงินจอง เงินสัญญา และเงินดาวน์ รวมเป็นเงิน 766,200 บาท แต่บริษัทฯ ดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาและไม่คืนเงินให้ผู้บริโภค จึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 766,200
บาท พร้อมดอกเบี้ย

5.        จ้างเหมาก่อสร้างบ้าน สร้างไม่เสร็จตามสัญญา ผู้บริโภคทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างบ้าน จำนวน 2 หลัง ได้ชำระเงินไปแล้ว จำนวน 9,900,000 บาท  ต่อมาบริษัทฯ ไม่ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จและทิ้งงานไป ได้พยายามติดต่อบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง แต่เพิกเฉย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 5,471,047.50 บาท พร้อมดอกเบี้ย และชดใช้ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาก่อสร้างส่วนที่คงค้าง จำนวน 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 5,491,047.50 บาท

6.    ซื้อห้องชุดไม่เป็นไปตามแบบที่โฆษณาขาย ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
กับบริษัทฯ ชำระเงินจอง เงินสัญญา และเงินดาวน์ รวมเป็นเงิน 832,190 บาท ต่อมาได้เข้าตรวจสอบห้องชุดพบว่า ภายในห้องนอนมีคานเสาขนาดใหญ่เป็นโครงสร้างอาคารที่สร้างล้ำเข้าไปในบริเวณห้องนอน ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาขายและไม่มีการแจ้งล่วงหน้า การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 832,190
บาท พร้อมดอกเบี้ย

7.    ซื้อห้องชุดไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่กำหนด กรณีผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ห้องชุดกับบริษัทฯ  โดยได้ชำระเงินให้กับบริษัทฯ แล้วเป็นเงินจำนวน 68,606 บาท ต่อมาปรากฏว่าห้องชุดดังกล่าวสร้างผิดแบบแปลนที่กำหนดในสัญญา ผู้ร้องจึงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาและให้บริษัทฯ คืนเงิน
ที่ชำระไปแล้วทั้งหมด
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 68,606 บาท พร้อมดอกเบี้ย

8.    ซื้อห้องชุดแล้วขอเลิกสัญญา บริษัทฯ ไม่คืนเงิน ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ห้องชุดกับบริษัทฯ ชำระเงินจอง เงินสัญญา และเงินดาวน์ รวมเป็นเงิน 261,000 บาท ต่อมาสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ จึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน แต่บริษัทฯ ไม่คืนเงิน การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 261,000
บาท พร้อมดอกเบี้ย

9.   ว่าจ้างตกแต่งภายใน ไม่เสร็จตามสัญญา ผู้บริโภคได้ทำสัญญาว่าจ้างตกแต่งภายใน
ราคา
1,022,057.72 บาท ตกลงแบ่งชำระจำนวน 4 งวด ได้ชำระเงินแล้วงวดที่ 1 และงวดที่ 2 เป็นเงินจำนวน
664
,337.52 บาท ปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่เข้าดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญา ทำให้ได้รับความเสียหาย
จึงขอความเป็นธรรม
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 397,724.52 บาท พร้อมดอกเบี้ย และชดใช้
ค่าส่วนต่าง จำนวน  102,890028 บาท ค่าเสียหายจากการปรับเปลี่ยนดีไซน์และวัสดุ จำนวน 43,442 บาท รวมเป็นเงิน 544,056.80 บาท

 

 

 

10.  ซื้อห้องชุดแล้วขอเลิกสัญญา บริษัทฯ ไม่คืนเงิน ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ห้องชุดกับบริษัทฯ ชำระเงินจอง เงินสัญญา และเงินดาวน์ รวมเป็นเงิน 100,000 บาท ต่อมาสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ จึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน แต่บริษัทฯ ไม่คืนเงิน การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 95,100
บาท พร้อมดอกเบี้ย

11.  ว่าจ้างเจาะเสาเข็ม ไม่เสร็จตามสัญญา ผู้บริโภคได้ว่าจ้างเจาะเสาเข็มจำนวน 33 ต้น
ในราคา 350,000 บาท ชำระเงินไปแล้ว 262,500 บาท แต่บริษัทฯ ดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนดและเจาะเสาเข็มได้ 20 ต้น จากนั้นหยุดการทำงาน จึงได้ติดต่อบริษัทฯ เพื่อขอคืนเงิน แต่เพิกเฉย จึงขอความเป็นธรรม
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 62,000.02 บาท พร้อมดอกเบี้ย

12.  ทำสัญญาว่าจ้างต่อเติมบ้าน พบปัญหา  ผู้บริโภคทำสัญญาว่าจ้าง ต่อเติมบ้าน
ในราคา 360,000 บาท กำหนดแล้วเสร็จภายใน 45 วัน ภายหลังรับมอบงานพบปัญหา 5 รายการ จึงแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไข แต่ไม่หายขาดยังคงเกิดปัญหาเช่นเดิม จึงมีความประสงค์เรียกร้องค่าเสียหาย
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 145,449.41 บาท พร้อมดอกเบี้ย

13.    ว่าจ้างปรับระดับพื้นด้วยปูนและระบบกันรั่วซึม แต่แก้ไขไม่ได้ ผู้บริโภคว่าจ้างบริษัทรับเหมาปรับระดับพื้นและทำระบบกันรั่วซึมให้นิติบุคคลอาคารชุด แต่หลังจากทำงานเสร็จแล้ว หลังคาดาดฟ้ายังคงรั่ว ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อาศัย บริษัทไม่ยอมแก้ไขและนิติบุคคลต้องจ้าง
คนอื่นมาแก้ไข จึงต้องการให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 90,860 บาท พร้อมดอกเบี้ย

14.  ซื้อห้องชุดแล้วขอเลิกสัญญา บริษัทฯ ไม่คืนเงิน ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ห้องชุดกับบริษัทฯ ชำระเงินจอง เงินสัญญา และเงินดาวน์ รวมเป็นเงิน 556,260 บาท ต่อมาสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ จึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน แต่บริษัทฯ ไม่คืนเงิน การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 396,156
บาท พร้อมดอกเบี้ย

                   ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน 36 ราย

1.        สั่งซื้อเครื่องชาร์จ  แต่ได้ไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคได้สั่งซื้อเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ยี่ห้อ Foxsur 7 ในราคา 790 บาท ผ่านเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง โดยชำระเงินให้แก่ผู้ขายเรียบร้อยแล้ว ต่อมาผู้ร้องได้รับสินค้าดังกล่าว และตรวจสอบพบว่าสินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามที่สั่งซื้อจึงติดต่อผู้ขาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ มีความประสงค์ให้คืนเงินทั้งหมด  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 790 บาท พร้อมดอกเบี้ย

2.        จ้างออกแบบเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ แล้วไม่ทำให้ ผู้บริโภคได้ว่าจ้างให้ออกแบบเบอร์โทรศัพท์มงคลผ่านเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง โดยโอนเงินไปให้ในราคา 3,998 บาท ต่อมาไม่สามารถออกแบบ
เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ผู้บริโภคได้ จึงมีความประสงค์ให้บุคคลดังกล่าวคืนเงินให้ทั้งหมด
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 3,998 บาท พร้อมดอกเบี้ย

3.    เช่าห้องชุดผ่านแอปฯ แจ้งว่าให้เลี้ยงสัตว์ได้ หลังจ่ายเงินเลี้ยงไม่ได้  ผู้บริโภค
ได้จองเช่าห้องชุดผ่านแอปพลิเคชันแห่งหนึ่ง อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ จึงได้ชำระเงินจำนวน 19,500 บาท ต่อมาไม่สามารถเลี้ยงได้ จึงขอยกเลิกสัญญา โดยผู้ให้เช่าขอเรียกเก็บเงินค่าปรับจำนวน 1,500 บาท และ
ตกลงจะคืนเงินให้ 18,000 บาท แต่ไม่ได้คืนเงินให้ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 18,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

4.   จองที่พักผ่านแอปฯ โดนตัดยอดเงินเกินกว่าราคาที่พัก  ผู้บริโภคจองที่พักผ่าน
แอปพลิเคชันแห่งหนึ่ง โดยมีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตของธนาคาร แล้วมีการยืนยันรหัส
OTP ซึ่งผู้ร้องได้กรอกรหัสที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่า มีข้อความถูกจ่ายออกไปจำนวน 6 ครั้ง รวมเป็นเงิน 150,475.35 บาท จึงได้แจ้งธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเพื่อระงับการใช้บัตร และได้ทำการเปลี่ยนบัตรเครดิตให้ใหม่ แต่เมื่อมีการเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่ายังเป็นยอดเดิมที่ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้ใช้จ่าย จึงเห็นได้ว่าระบบการรักษาความปลอดภัย
ในการถูกโจรกรรมข้อมูลไม่มีประสิทธิภาพ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 150,475.35 บาท พร้อมดอกเบี้ย

5.   พิธีผูกจิต/ผูกรัก ผู้บริโภคได้สมัครใช้บริการทำพิธีผูกจิต/ผูกรัก ราคา 9,999 บาท
ผ่านแอปพลิเคชันไลน์แห่งหนึ่ง โดยโอนเงินเข้าบัญชี หลังจากนั้นมีการติดตามทวงถามให้ดำเนินการตามที่ได้ตกลงไว้ แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง จึงมีความประสงค์ขอให้คืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 9,999 บาท พร้อมดอกเบี้ย

6.        สั่งซื้อ Quick shifter ขนาดเล็กได้ไม่ตรงตามสั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อ Quick shifter ขนาดเล็ก ราคา 1,900 บาท เพื่อติดรถจักรยานยนต์ ผ่านเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง หลังจากได้รับสินค้าและมีการตรวจสอบปรากฏว่า สินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง จึงแจ้งไปยังผู้ขายแต่ได้รับการปฏิเสธและไม่คืนเงิน ทำให้ได้รับความเสียหาย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 1,900 บาท พร้อมดอกเบี้ย

7.        สั่งซื้อรองเท้าแตะ ใส่ไม่ได้ขอคืนเงิน  ผู้บริโภคสั่งซื้อรองเท้าแตะ ผ่านแอปพลิเคชัน ราคา 880 บาท แต่หลังจากได้รับ ไม่สามารถสวมใส่ได้ จึงประสงค์ขอคืนเงินพร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหาย
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 880 บาท พร้อมดอกเบี้ย

8.   สั่งซื้ออะไหล่รถยนต์ใช้แล้ว ใช้การไม่ได้  ผู้บริโภคสั่งซื้ออะไหล่รถยนต์ใช้แล้ว
6 รายการ ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ชำระเงิน 13,500 บาท ภายหลังอะไหล่บางรายการไม่สามารถใช้การได้ จึงขอส่งคืน แต่ไม่ได้รับเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 7,580
บาท พร้อมดอกเบี้ย

9.        จ้างพนักงานเลี้ยงเด็ก แล้วลาออก ไม่ส่งมาทดแทน  ผู้บริโภคทำสัญญาจ้างพี่เลี้ยงเด็กกับเนิร์สซิ่งแห่งหนึ่ง เพื่อจัดหาพนักงานมาดูแลบุตร ชำระเงินมัดจำค่าแรกเข้าและค่าเดินทาง รวมเป็นเงิน 34,600 บาท ต่อมาพนักงานลาออก จึงชำระเงินเพิ่ม 20,000 บาท แต่ไม่จัดส่งพนักงานมาดูแล  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

10.    ใช้บริการร้านซ่อมรถยนต์แล้วเกิดปัญหา  ผู้บริโภคได้นำรถยนต์เข้าใช้บริการเปลี่ยนอะไหล่หลายรายการ ในราคา 52,500 บาท ต่อมาพบว่า โช๊คอัพด้านหน้าฝั่งซ้ายมีปัญหา และสปอยเลอร์
มีรอยรูทะลุจากการติดตั้ง ผู้ถูกร้องปฏิเสธการแก้ไข เป็นเหตุให้ต้องว่าจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการ
รวมเป็นเงิน 17,969 บาท มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ชดใช้เงิน
17,969 บาท พร้อมดอกเบี้ย

11.     จ้างดูแลผู้สูงอายุพร้อมจ่ายล่วงหน้า ภายหลังเสียชีวิตขอเงินคืน  ผู้บริโภคทำสัญญาว่าจ้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกับบริษัทฯ แห่งหนึ่ง เพื่อดูแลบิดา ค่าบริการ 33,000 บาท โดยได้เสนอ "โปรโมชัน
6 เดือน จ่าย 5 เดือน” แต่ต้องชำระล่วงหน้า เป็นเงิน 165,000 บาท ภายหลังบิดาเสียชีวิต จึงร้องขอเงินที่ยังไม่ได้ใช้บริการคืน
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 79,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

 

12.  จ้างบริการกำจัดปลวก ให้บริการไม่ครบตามสัญญา ผู้บริโภคทำสัญญาบริการ
กำจัดปลวก กับบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ในราคา 5,500 บาท ได้รับส่วนลด 500 บาท ตกลงบริการ 1 ปี เข้าบริการ
3 เดือน ต่อครั้ง โดยโอนเงินเข้าบัญชี 5,000 บาท ภายหลังได้รับบริการเพียงสองครั้งและติดต่อบริษัทฯ ไม่ได้
ทำให้ได้รับความเสียหาย   มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 2,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย

13.    จ้างดูแลผู้ป่วย พนักงานลาออกให้ส่งมาใหม่ แต่ติดต่อไม่ได้ ผู้บริโภคทำสัญญาว่าจ้างบริการดูแลผู้ป่วย/ผู้สูงอายุกับห้างหุ้นส่วนแห่งหนึ่ง ชำระค่ามัดจำ ค่าบริการอื่น ๆ รวม 19,267 บาท ต่อมาพนักงานลาออก และติดต่อให้ส่งพนักงานคนใหม่มาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่ง
เพื่อบังคับให้คืนเงิน 16,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

14.    จ้างดูแลผู้สูงอายุ แล้วขอยกเลิกสัญญา ผู้บริโภคทำสัญญาดูแลผู้สูงอายุ กับบริษัทฯ แห่งหนึ่ง เพื่อดูแลมารดา โดยชำระค่ามัดจำ 17,000 บาท และค่าบริการรายเดือน 17,000 บาท
รวมเป็นเงิน 34,000 บาท ต่อมามีความประสงค์ขอนำมารดากลับมาดูแลที่บ้าน และแจ้งขอยกเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน แต่ได้รับการปฎิเสธ ทำให้ได้รับความเสียหาย
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

15.  สั่งซื้อที่นอน แต่ไม่ได้รับ ผู้บริโภคสั่งซื้อที่นอน ราคา 30,000 บาท และโซฟาแบบ
สั่งผลิต ราคา 55,000 บาท รวมเป็นเงิน 85,000 บาท กับบริษัทแห่งหนึ่ง และชำระเงิน 30,000 บาท ภายหลังถึงกำหนดเวลาส่งมอบ ได้มีการติดตามทวงถามและได้รับสินค้า แต่สินค้าดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่
ตกลงหลายรายการ จึงขอคืนเงินที่ชำระไปทั้งหมด ขอความเป็นธรรม
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 55,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

16.  ประมูลจองที่พัก เกิดปัญหา ขอคืนเงิน ผู้บริโภคได้ประมูลการจองที่พักกับบริษัทฯ
แห่งหนึ่ง รวมเป็นเงิน 14,148 บาท ต่อมาเกิดปัญหา จึงขอเงินคืนทั้งหมด โดยบริษัทฯ ได้คืนเงินให้เพียง 10,000 บาท จึงมีความประสงค์ให้คืนเงินส่วนที่เหลือ จำนวน 4,148 บาท มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทและกรรมการผู้มีอำนาจ เพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงิน 2,648 บาท พร้อมดอกเบี้ย

17.    สมัครเรียนคอร์ส Advanced conversation ผู้บริโภคสมัครเรียนคอร์ส Advanced conversation (Level 3) กับบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ในราคา 33,800 บาท  ต่อมาเกิดสถานการณ์แพร่ระบาด
ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และได้รับแจ้งว่าบริษัทฯ ไม่มีการเลื่อนและมีการเรียนการสอนปกติ ต่อบริษัทฯ
ปิดให้บริการและเลื่อนเปิดการเรียนการสอน จึงขอให้คืนเงิน แต่ถูกปฏิเสธ
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่ง
บริษัทบังคับให้คืนเงิน 33,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย

18.    ชักชวนให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ Origani ในราคาลด และซื้อเพิ่มอีกชุดใหญ่พร้อมบริการมาส์กหน้าตลอดชีพ แต่เมื่อขอใช้บริการตามที่ตกลง กลับถูกเปลี่ยนสาขาและ
ไม่สามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ ผู้บริโภคจึงขอคืนสินค้า แต่บริษัทฯ เสนอเพียงส่วนลดและยังไม่ได้รับเงินคืน

มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่
บริษัทฯ บังคับ ให้คืนเงิน 88,624 บาท พร้อมดอกเบี้ย

19.    ซื้อบริการเสริมความงาม ละเมิดสิทธิผู้บริโภค ผู้บริโภคแจ้งว่าบุคคลในครอบครัวได้ซื้อบริการเสริมความงาม กับ Clinic แห่งหนึ่ง ต่อมาสถานเสริมความงามปิดกิจการจึงขอคืนเงินส่วนที่ยังไม่ได้รับบริการ ปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินคืน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ ให้คืนเงิน 128,681 บาท พร้อมดอกเบี้ย

20.    ซื้อคอร์สบริการยกกระชับใบหน้า ปิดบริการ ผู้บริโภคซื้อคอร์สยกกระชับใบหน้าและโบท็อกซ์กับคลินิกแห่งหนึ่ง แต่ก่อนจะได้ใช้บริการครบตามสัญญา สาขาที่ให้บริการกลับปิดตัวลง
ทำให้ผู้บริโภคเรียกร้องขอเงินคืนส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ ให้คืนเงิน 37,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย

21.    สมัครสมาชิก Fitness แล้วปิดบริการ ผู้บริโภคสมัครสมาชิกเพื่อใช้บริการแบบเหมาจ่าย กับ Fitness แห่งหนึ่ง ราคา 16,550 บาท ใช้บริการได้เพียง 7 เดือน ฟิตเนสฯ ได้มีจดหมายแจ้งว่า ปิดตัวลงเนื่องจากห้างสรรพสินค้าที่เช่าพื้นมีการล็อกประตูจึงไม่สามารถให้บริการได้ จึงประสงค์ยกเลิกสัญญาและ
ขอเงินคืนในส่วนที่ยังไม่ได้เข้ารับบริการ
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ ให้คืนเงิน 8,827 บาท
พร้อมดอกเบี้ย

22.    ซื้อคอร์สเสริมความงาม ไม่เป็นไปตามที่แจ้ง  ผู้บริโภคซื้อคอร์สเสริมความงาม 25,000 บาทจากบริษัทหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขว่าจะเปิดสาขาที่สกลนคร แต่บริษัทฯ ไม่เปิดตามสัญญา ผู้บริโภคจึงขอคืนเงินที่เหลือ 17,500 บาท แต่บริษัทฯ ปฏิเสธที่จะคืนเงินให้  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงิน 17,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย

23.     สมัครสมาชิกจองและซื้อบัตรคอนเสิร์ต ไม่สามารถใช้ได้ ผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งชำระเงินค่าสมาชิกบริษัท เพื่อรับสิทธิ์จองบัตรคอนเสิร์ต แต่เมื่อมีการจัดคอนเสิร์ตกลับไม่สามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับบริการตามที่ตกลงกันไว้  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ
เพื่อบังคับให้ร่วมกันคืนเงินค่าสมาชิกตามสัดส่วนคงเหลือให้แก่ผู้บริโภคทั้ง 21 ราย พร้อมดอกเบี้ย

24.  ซื้อเครื่องสำอาง คอร์สบำรุงนวดหน้า ขอคืนเงิน ผู้บริโภคซื้อเครื่องสำอาง
คอร์สบำรุงนวดหน้า กับบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ราคาทั้งสิ้น 341
,890 บาท โดยชำระผ่านบัตรเครดิตบางส่วน และโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทฯ ต่อมาผู้ร้องเห็นว่าการนำเสนอขายโดยหลอกลวงฉ้อฉล จึงประสงค์ขอคืนเงินทั้งหมดที่ได้ชำระไป ต่อมาบริษัทฯ เสนอคืนเงินให้ โดยผ่อนชำระ 3 งวด แต่ปรากฏว่าไม่ชำระเงินคืนแต่อย่างใด
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงิน 341,890 บาท พร้อมดอกเบี้

25.    ซื้อรายการนำเที่ยว แต่จัดให้ไม่ได้  สคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค 5 ราย เกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวที่ไม่สามารถจัดทริปญี่ปุ่นตามที่ตกลงไว้ ทั้งยังพบว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมตามที่ควรจะเป็น ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับบริการตามที่ชำระเงินไป  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจเพื่อบังคับให้คืนเงินให้ผู้บริโภคจำนวน 5 ราย พร้อมดอกเบี้

26.    ซื้อคอร์สเลเซอร์กำจัดขน โดนเลื่อนนัด ขอเงินคืน ผู้บริโภคซื้อคอร์สเลเซอร์เพิ่มเติมหลังทำครบรอบแรกแต่ไม่พอใจผลลัพธ์ พยายามนัดหมายใช้บริการต่อเนื่องแต่คลินิกเลื่อนบ่อยครั้ง ผู้บริโภคจึงต้องการขอคืนเงินส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจ
เพื่อบังคับให้คืน 7,150 บาท พร้อมดอกเบี้

27.  ซื้อคอร์สบริการเลเซอร์ แล้วปิดกิจการ ผู้บริโภคซื้อคอร์สบริการเลเซอร์ จำนวน
48 ครั้ง ราคา 25,000 บาท กับบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ใช้บริการไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ต่อมาบริษัทฯ ปิดกิจการ
จึงมีความประสงค์ขอคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ และกรรมการ
ผู้มีอำนาจเพื่อบังคับให้คืน 22,916.52 บาท พร้อมดอกเบี้ย

28.  เข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ปากผิดรูป ผู้บริโภคเข้ารับบริการเสริม
ความงามที่คลินิกแห่งหนึ่ง แต่เกิดปัญหาปากผิดรูปหลังการรักษา ทำให้ได้รับความเสียหายทางด้านจิตใจและภาพลักษณ์ คลินิกปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ ผู้บริโภคจึงต้องการขอคืนเงินและเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจเพื่อบังคับให้คืนและชดใช้ค่ารักษา
ที่สถานพยาบาล รวมเป็นเงิน 747,600 บาท พร้อมดอกเบี้ย

29.    ซื้อรายการนำเที่ยว แต่จัดให้ไม่ได้ ผู้บริโภค 41 ราย ร้องเรียนกรมการท่องเที่ยวว่า ซื้อทัวร์ต่างประเทศกับบริษัทหนึ่ง แต่ไม่สามารถเดินทางได้ และบริษัทปฏิเสธที่จะคืนเงินค่าทัวร์ที่ชำระไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผู้บริโภคต้องการยกเลิกการเดินทาง มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ บังคับให้คืนให้ผู้บริโภคจำนวน 41 ราย จำนวน 8,593,144.48 บาท พร้อมดอกเบี้ย

30.    ซื้อคอร์สเสริมความงาม ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ ผู้บริโภคซื้อคอร์สเสริมความงามมูลค่า 12,000 บาท แต่ไม่ได้รับบริการครบตามที่ตกลงไว้ ทั้งจำนวนครั้งและรายละเอียดบริการเพิ่มเติม เช่น การกดและฉีดสิว ผู้บริโภคจึงต้องการขอเงินคืนส่วนที่ยังไม่ได้รับบริการ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจเพื่อบังคับให้คืนเงิน 10,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย

31.    สมัครสมาชิกรับบริการส่วนลดในโรงแรม ไม่เป็นไปตามที่แจ้ง ผู้บริโภคสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากบริษัทฯ แต่เมื่อไปใช้บริการที่โรงแรมภูเก็ตกลับพบว่าโรงแรมไม่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรตามที่แจ้งไว้ ผู้บริโภคจึงเรียกร้องให้บริษัทฯ ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบริษัทฯ บังคับให้คืนเงิน 58
,501.79 บาท พร้อมดอกเบี้ย

32.    สั่งซื้อไฟหน้ารถจักรยานยนต์ สินค้าชำรุด ผู้บริโภคสั่งซื้อไฟหน้ารถจักรยานยนต์ ราคา 2,180 บาท กับ Facebook ปรากฏว่าสินค้าชำรุด ขาไฟแตกหัก จึงได้ติดต่อกับผู้ขายและแจ้งว่าจะติดต่อกลับในภายหลัง แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด ประสงค์ขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 2,180 บาท พร้อมดอกเบี้ย

33.    ซื้อไส้กรองน้ำ ได้ของปลอม ผู้บริโภคซื้อไส้กรองน้ำออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต พบว่าสินค้าปลอม น้ำมีกลิ่นคลอรีน แจ้งร้านค้าขอคืนเงิน แต่ร้านค้าปฏิเสธ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้
คืนเงินพร้อมชดเชยค่าเสียหายกรณีจัดส่งสินค้าไปตรวจสอบ รวมเป็นเงิน 8,127 บาท พร้อมดอกเบี้ย

34.    สั่งซื้อ CPU core i5-13600k แล้วไม่จัดส่ง ผู้บริโภคได้สั่งซื้อ CPU core i5-13600k ราคา 9,500 บาท กับ Facebook แห่งหนึ่ง โดยผู้ขายแจ้งว่าจะส่งสินค้าให้ในวันถัดไป แต่ไม่ดำเนินการจัดส่งสินค้าให้และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอเงินคืนพร้อมเรียกร้องค่าเสียหาย และให้ตรวจสอบข้อความโฆษณา  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 9,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย

35.    สั่งซื้อเสื้อ ได้ไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อเสื้อ จำนวน 3 ตัว แถมฟรีกางเกง 1 ตัว กับ Facebook แห่งหนึ่ง จำนวน 1,200 บาท ให้แก่พนักงานขนส่ง ปรากฏว่า สินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ จึงได้ติดต่อผู้ขาย แต่กลับถูกการปิดกั้น จึงต้องการขอเงินคืน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้
คืนเงิน 1,200 บาท พร้อมดอกเบี้ย

 

 

36.    สั่งซื้อพระพุทธรูปหินจุยเจีย ได้สินค้าไม่ตรงตามโฆษณา ผู้บริโภคสั่งซื้อพระพุทธรูปหินจุยเจียผ่าน Facebook แต่หลังจากตรวจสอบกับห้องปฏิบัติการแล้ว พบว่าเป็นแก้วธรรมดา ไม่ใช่หิน
จุยเจียตามที่ระบุในโฆษณา ผู้บริโภคจึงต้องการขอเงินคืนจากผู้ขาย
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งบังคับให้คืนเงิน 32,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                   จากการประชุมได้มีมติให้ทบทวนการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจ 2 ราย ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ (14 ราย) และดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป (36 ราย) โดยได้มีการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมจำนวน 52 ราย เพื่อให้คืนเงินแก่ผู้บริโภค เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 23,726,021.87 บาท (ยี่สิบสามล้านเจ็ดแสนสองหมื่นหกพันยี่สิบเอ็ดบาทแปดสิบเจ็ดสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร