สคบ. ลุยเดี่ยว กวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าเมืองบุรีรัมย์

19 ก.ค. 2567

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำโดย นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ สคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าซึ่งลักลอบเปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ ภายหลังจากที่มีประชาชนร้องเรียน สคบ. เป็นจำนวนมากพบมีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ใกล้กับสถานศึกษามีเด็กและเยาวชนจำนวนมากแอบไปซื้อมาสูบ สร้างความวิตกกังวลผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก ด้วยกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกหลานตัวเองรวมถึงผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านสมองที่อยู่ในช่วงกำลังศึกษาเล่าเรียน และเป็นอนาคตของชาติ ต่อมาในเวลา 13.20 น. ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. เปิดปฏิบัติการ "ยุทธการดับควันอีสานใต้” ลงพื้นที่ตามเป้าหมายสามารถสามารถยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า นับของกลางได้ประมาณ 4,000 กว่าชิ้น มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขายทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้พบเห็นการเปิดปฏิบัติการดังกล่าว

.

ทางด้านนายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า "ปัญหาการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวจิราพร สินธุไพร) ได้มีความเป็นห่วงสถานการณ์การพุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน จึงได้มอบนโยบายให้ สคบ. บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการให้ความรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าให้มากขึ้น และบูรณาการกับทุกหน่วยงานต่อไป”

.

ซึ่งการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองที่ 9/2558 เรื่อง "ห้ามขายหรือห้ามให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า” หากว่าใครฝ่าฝืนเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดพบเห็นการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือแจ้ง สคบ. ได้ที่สายด่วน 1166 เว็บไซต์ www.ocpb.go.th แอปพลิเคชัน OCPB Connect รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรม ในทุกจังหวัด”