สคบ. รวบร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและให้บริการบารากู่.

2 มิ.ย. 2567

สคบ. รวบร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและให้บริการบารากู่
.
ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) รวมทั้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวจิราพร สินธุไพร) ได้มอบหมายให้ สคบ. ดำเนินการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป เนื่องจากเป็นสินค้าอันตรายที่ผิดกฎหมายและส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองสุขภาพพี่น้องประชาชนผู้บริโภคจากสินค้าอันตรายชนิดนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ สคบ. ดำเนินการมาโดยตลอดในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย
.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31  พฤษภาคม 2567 เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์) ได้มอบหมายศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำโดย นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ.  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าซึ่งลักลอบเปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่ซอยสุทธิสารวินิจฉัย แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ภายหลังมีประชาชนแจ้งเบาะแสการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลตามที่รับแจ้ง พบร้าน I have vape 26 vape มีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ.จึงได้แสดงตนและทำการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ขาย และห่างไปอีก 300 เมตร พบร้านขายกัญชาแต่มีการให้บริการบารากู่เพื่อนำมาใช้สูบกัญชา พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดเตาบารากู่ จำนวน  11 เตา เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขายต่อไป
.
ทั้งนี้ การลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองที่ 9/2558 เรื่อง "ห้ามขายหรือห้ามให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่งหากว่าใครฝ่าฝืนเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดพบเห็นการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือแจ้ง สคบ. ได้ที่สายด่วน 1166 หรือ เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และแอปพลิเคชัน OCPB Connect รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรม ในทุกจังหวัด
.