สคบ. ร่วมบันทึกเทปรายการ ถกไม่เถียง ประเด็น : นำรถเข้าซ่อมที่อู่ แล้วมีอาการเครื่องกระตุก ควันขาว เนื่องจากอู่เติมน้ำมันเครื่องมากเกิน

22 ก.พ. 2567

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.00 น. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครอง มอบหมายให้ นายอนุพงษ์  เจริญเวช นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ เข้าร่วมสัมภาษณ์โดยบันทึกเทปในรายการ ถกไม่เถียง ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในประเด็น เรื่อง..นำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ แล้วรถมีอาการเครื่องรัน  สะดุดควันขาว  เนื่องจากอู่เติมน้ำมันเครื่องมากเกิน

         กรณีดังกล่าวนี้  ผู้บริโภคได้นำรถเข้าซ่อมที่อู่ และได้เรียกช่างเจ้าของอู่มาดูอาการ โดยช่างให้ข้อคิดเห็นว่าเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เครื่องอาจน็อค  จึงแนะนำให้ถ่ายน้ำมันเครื่องออก  หลังจากได้มีการเปลี่ยนเสร็จแล้วลองสตาทเครื่องเป็นปกติแต่มีเสียงดังเวลาเร่งเครื่อง  ช่างให้ความเห็นว่าเครื่องอาจมีปัญหา  จะต้องรื้อเครื่องเพื่อดูความเสียหาย  แนะนำให้ทิ้งรถไว้ที่อู่   ต่อมาได้ไปที่อู่เพื่อตกลงราคาค่าซ่อม  เจ้าของอู่เสนอให้เปลี่ยนเครื่องใหม่เพราะเครื่องเสียหายมากเสนอราคาค่าซ่อม 50,000 บาท  แต่ไม่รับประกันว่าจะใช้ได้ดีหรือไม่  และเสนอให้เลือกระหว่างเครื่องยนต์มือสองของโตโยต้ามาประกอบให้ในราคา 85,000 บาท หรือใช้เครื่องยนต์ไม่มีหมายเลขประมาณ 60,000 ถึง 65,000 บาท ระหว่างนั้นได้ปรึกษากับอู่ที่ปักธงชัย เสนอว่าจะประกอบเครื่องคืนให้โดยคิดราคา 6,000 บาท และอาจมีค่าอุปกรณ์อื่นที่ชำรุดทั้งหมดไม่เกิน 20,000 บาท จึงตัดสินใจรับข้อเสนอช่าง และได้โทรประสานอู่สีคิ้ว ให้ประกอบเครื่องเดิมคืน โดยเสนอราคาค่าแรง  ค่ารื้อแต่ไม่ได้ประกอบเครื่องในราคา 5,000 บาท โดยไม่คิดค่าบริการรถสไลด์ เมื่อรถถึงอู่ปักธชัย ช่างแจ้งไม่คิดว่าจะรื้อทั้งคันขนาดนี้  ต้องใช้เวลาประกอบและสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบความเสียหายเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากที่อู่สีคิ้วแจ้ง โดยอู่ปักธงชัยคิดค่าประกอบคืน 6,000 บาท พร้อมค่าชิ้นส่วนที่ชำรุดประมาณ 20,000 บาท เป็นราคาที่ถูกกว่าอู่เดิมและไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถใช้งานได้หรือไม่

 จากการให้สัมภาษณ์ กรณีดังกล่าว สคบ. มีความเห็นว่าผู้บริโภคสามารถเรียกร้องเอาเงินคืนจากอู่ซ่อมแรกได้แต่ต้องให้อู่ซ่อมที่สองให้ข้อมูลว่าตอนแรกรถเป็นอย่างไรบ้างตรงกับที่อู่ซ่อมแรกบอกหรือไม่ และได้ให้คำแนะนำเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นทำนองดังกล่าวว่าผู้บริโภคต้องขอใบเสร็จรับเงินจากอู่ซ่อมรถยนต์ทุกครั้งและสังเกตว่ามีรายละเอียดครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดต้องเป็นไปตามประกาศของ สคบ. เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2546 โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีหลักฐานการรับเงิน และมอบให้แก่ผู้บริโภคในทันทีที่ได้รับเงินหรือค่าตอบแทนการให้บริการซ่อมรถยนต์