คคบ. เรียกคืนเงินผู้บริโภค กรณีผู้ประกอบธุรกิจละเมิดสิทธิกว่า 7 แสนบาท

21 ก.พ. 2567

วันนี้ (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ  ห้องประชุม ๓๐๑ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ โดยมี นายวราวุธ ยันต์เจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกฤช เอื้อวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย ที่ประชุมมีมติเรียกเงินคืนแก่ผู้บริโภคกว่า ๗ แสนบาท

ดร.พวงเพ็ชร มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ที่พบว่ามีกลุ่มผู้เสพเป็นเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งจากการลงพื้นที่ติดตามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าด้วยตนเอง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พบว่ารูปแบบของบุหรี่ไฟฟ้า มีลักษณะดึงดูดกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งรูปลักษณ์ที่เป็นลายการ์ตูน สีสันสดใส มีการดัดแปลงกลิ่นผลไม้หลากหลาย ขณะที่มีการวางจำหน่ายในที่ชุมชน หาซื้อได้ง่าย และยังพบว่ามีการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์เป็นจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้ สคบ. เร่งดำเนินการตรวจสอบ และหารือที่ประชุมเพื่อหาแนวทางการป้องกันการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

"ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กำจัดและป้องกันการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะ
ในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและระบบทางเดินหายใจ ยิ่งปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายผ่านออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ดิฉันจึงได้หารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเร่งปิดช่องทางการลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ที่เราตรวจสอบเบื้องต้นได้ประมาณ ๑,๓๐๐ แอคเค้าท์ จากทุกแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันจะมีการลงพื้นที่เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป
" ดร.พวงเพ็ชร กล่าว

ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยมีกฎหมายควบคุม ประกอบด้วย
๑) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ๒) คำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ ๙/๒๕๕๘ เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า
"บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า๓) พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔ เพราะน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ หากสูบในพื้นที่ห้ามสูบตามกฎหมาย ตามมาตรา ๖๗ จะมีฐานความผิดการห้ามสูบในที่สาธารณะ

                   และในการประชุม คคบ. วันนี้ ที่ประชุมได้มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน ๑ ราย และดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน ๑๕ ราย รายละเอียด ดังนี้

ด้านอสังหาริมทรัพย์ (๑ ราย) กรณีผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดคอนโดมิเนียม แต่ไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จึงขอเงินคืน แต่บริษัทฯ เสนอคืนเงินเพียงบางส่วน คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทฯ คืนเงินดาวน์จำนวน ๔๐๔,๔๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

                    ด้านสินค้าและบริการทั่วไป (๑๕ ราย)

๑..สั่งซื้อกระเป๋า ยี่ห้อ CHANEL หนังคาเวียร์ (Caviar) สีดำ ๑ ใบ ราคา ๖๗,๐๐๐ บาท ผ่านอินสตาแกรม และแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งเป็นของผู้ขาย ได้ชำระเงินครบถ้วนแล้ว แต่ได้รับสินค้าลอกเลียนแบบ  คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ผู้ขายคืนเงินจำนวน ๖๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๒..ทำสัญญาซื้อขายแท็บแล็ต ยี่ห้อ IPAD รุ่น Air ๕ ในราคา ๓๕,๘๔๐ บาท กับห้างหุ้นส่วน
จำกัด ผู้บริโภคชำระเงินแล้วบางส่วน แต่ผ่อนชำระต่อไม่ได้ ห้างฯ ระงับการใช้งานแท็บแล็ต และเรียกเบี้ยปรับ คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้จัดการ และหุ้นส่วนของห้างฯ ในฐานะผู้รับเงินร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคทั้งหมด จำนวน ๒๘
,๖๙๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๓..สั่งซื้อเสื้อ จำนวน ๑๓ ตัว และภายหลังสั่งเพิ่มรวม ๑๖ ตัว เป็นจำนวนเงิน ๓,๕๓๐ บาท กับร้านแห่งหนึ่งผ่านเพจเฟซบุ๊ก แต่สินค้าไม่ตรงตามเวลานัดหมาย สินค้าไม่ครบถ้วน และไม่เป็นไปตามที่ตกลง คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ขาย เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๓,๑๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

.สั่งซื้อแล็บท็อปใช้แล้ว ยี่ห้อ Apple รุ่น Macbook Pro ๑๓ Mid ๒๐๑๒ ราคา ๗,๕๐๐ บาท กับผู้ขายผ่านเฟซบุ๊ก แต่แล็บท็อปไม่สามารถใช้งานได้ คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ขาย เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๗,๕๐๐ บาท และค่าเสียหายจำนวน ๒,๒๒๘ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๙,๗๘๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๕..สั่งซื้อเตียงพับได้และท็อปเปอร์ จำนวน ๑ ชุด ราคา ๑,๑๙๐ บาท กับร้านขายเฟอร์นิเจอร์ผ่าน

เพจเฟซบุ๊ก แต่สินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ขาย เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๑,๑๙๐  บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๖. สั่งซื้ออาหารคลีน ๑๘๐ กล่อง โดนเท ไม่คืนเงินผู้บริโภคสั่งซื้ออาหารคลีนผ่านเพจเฟซบุ๊ก
ชำระเงิน ๕
,๕๙๐ บาทผู้ขายประกาศขาดสภาพคล่อง ปิดกิจการ ไม่คืนเงิน คคบ. มีมติฟ้องแพ่ง บังคับคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๗. จ้างดูแลผู้สูงอายุ พนักงานลาออก ไม่ส่งคนใหม่ผู้บริโภคจ้างดูแลผู้สูงอายุ ๒๕,๕๐๐ บาท
พนักงานทำงาน ๘ วัน ลาออก ไม่แจ้งล่วงหน้าผู้ถูกร้องไม่ส่งพนักงานใหม่มาแทน คคบ.
 มีมติฟ้องแพ่ง บังคับคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๘. เช่าชุดแต่งงาน ไม่คืนเงินค่าประกันผู้บริโภคเช่าชุดแต่งงาน ๑๑,๙๐๐ บาท จ่ายค่าประกัน
จำนวน ๒๕
,๐๐๐ บาทส่งชุดคืนแล้ว ไม่ได้รับเงินค่าประกัน  สคบ. มีมติฟ้องแพ่ง บังคับคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย

๙. ซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ ไม่คืนเงินมัดจำ ผู้บริโภคจ้างซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ ๔๗,๐๐๐ บาท จ่ายมัดจำ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทร้านไม่ส่งมอบงานครบถ้วน  ผู้บริโภคขอเงินคืน โดนปฏิเสธ คคบ. มีมติฟ้องแพ่ง บังคับคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๑๐. ติดตั้งมุ้งลวดไม่ได้มาตรฐาน ปฏิเสธแก้ไขผู้บริโภคจ้างติดตั้งมุ้งลวด ๗๐,๐๐๐ บาท มุ้งลวดไม่ได้มาตรฐาน ยุง มด แมลง เข้าบ้านแจ้งผู้ถูกร้องให้แก้ไข โดนปฏิเสธ  คคบ. มีมติฟ้องแพ่ง บังคับแก้ไข หรือชดใช้ค่าเสียหาย

 

๑๑. ซื้อบริการนำเที่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่ง ชำระเงิน ๒๗๙,๘๐๐ บาท แต่บริษัทไม่จองตั๋วเครื่องบินกลับ คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน ๓๕,๕๙๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๑๒. ผู้บริโภคสมัครโครงการ Work and Travel กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์ คคบ.มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน ๓๑,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๑๓. ผู้บริโภคซื้อคอร์สเสริมความงาม ๘๓,๙๐๐ บาท กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่บริษัทแจ้งว่าคอร์ส หมดอายุ คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๑๔. ผู้บริโภคสั่งซื้อรถบรรทุกสามล้อด่วนไฟฟ้า ๑๓,๐๐๐ บาท ผ่านเว็บไซต์ แต่บริษัทไม่ส่งสินค้า คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน ๑๓,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๑๕. ผู้บริโภคสั่งซื้อหูฟังราคา ๗,๐๑๐ บาท ผ่านแอปพลิเคชันบริษัทแห่งหนึ่ง แต่หูฟังมีเสียงแค่ข้างเดียว คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน ๗,๐๑๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

                   จากการประชุมได้มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ (๑ ราย)
และดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป (๑๕ ราย) โดยได้มีการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมจำนวน ๑๖ ราย เพื่อให้คืนเงินแก่ผู้บริโภค เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น ๗๒๕,๐๒๒ บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นห้าพันยี่สิบสองบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร