รมต. พวงเพ็ชร ลุย นำทีมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า อย่างเฉียบขาด

16 ก.พ. 2567

วันนี้ (15 ก.พ. 67 ) ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำทีม สคบ. ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่กวาดล้างร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ย่านคลองถม ซอยนวลจันทร์และ
ซอยเสนานิคม อย่างเฉียบขาด เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และเยาวชน รวมถึงนักท่องเที่ยว 
ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยเนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพอันดับหนึ่งของเด็กและเยาวชนไทยในขณะนี้ พร้อมด้วย นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ 
เลขา สคบ. นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.ส่วนบังคับคดี พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. ร่วมกับ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายศุภกฤต บุญขันธ์ และกรมควบคุมโรค รวม 25 นาย เข้าตรวจค้น กรณีได้มีประชาชนร้องเรียนมีการเปิดร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ในย่านแหล่งท่องเที่ยว มีเด็กและเยาวชน รวมถึงนักท่องเที่ยว ไปซื้อมาสูบจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง บริเวณดังกล่าว และลงพื้นที่ตรวจสอบร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 10 ร้าน พบว่ามีการขายจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนกับเจ้าของร้านและยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขายและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พบมีจำนวนเงินรายได้จากการขายประมาณ 30,000 – 40,000 บาทต่อวัน 
รวมมูลค่าสินค้าจากทุกร้านประมาณ 5,000,000 บาท
 ทางด้าน ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า " การลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นการมอมเมาเด็กและเยาวชน ปัจจุบันมีการออกแบบให้ภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่ รูปทรงสวย มีขนาดเล็ก สามารถพกซ่อนติดตัวได้ง่าย ดึงดูดเด็กและเยาวชน ซึ่งมีการขายอย่างโจ่งแจ้ง ท้าทายกฎหมาย 
ในวันนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กทม. และกรมควบคุมโรค เป็นอย่างยิ่ง 
ที่ผนึกกำลังร่วมมือในการปราบปรามการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและต่อจากนี้ สคบ.
จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับรวมถึงท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายกวาดล้างสินค้าเหล่านี้
ให้หมดไป พร้อมกับสร้างมาตรการป้องกัน สร้างการรับรู้ถึงพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งจะช่วยเป็นเกราะป้องกันได้
อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่ยังลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งที่กระทำผิดกฎหมาย ขอให้เลิกขายอย่างเด็ดขาด หากพบเห็น สคบ. จะดำเนินคดีกับผู้ขายและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องคุ้มครอง เด็ก และเยาวชน รวมทั้งนักท่องเที่ยว จากมหันตภัยพิษร้ายจากบุหรี่ไฟฟ้า” 

          ทั้งนี้ ปัจจุบันการขายบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดพบเห็นการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ในทุกจังหวัด