คคบ. มีมติฟ้องเรียกค่าเสียหายคืนแก่ผู้บริโภคกว่า 4 ล้านบาท

31 ส.ค. 2566

วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัยประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(คคบ.) ครั้งที่ /๒๕๖๖  ห้องประชุม ๓๐๑ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร


จากการประชุมได้มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน  เรื่อง (ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ผู้รับจ้างทิ้งงาน ก่อสร้างล่าช้า ไม่ระบุวันโอนกรรมสิทธิ์และดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน ๓๑ เรื่อง (เช่ารถยนต์ ขอคืนสินค้า สั่งซื้อสินค้า สมัครผู้ฝึกสอนส่วนตัว สมัครสมาชิกออกกำลังกาย จองโรงแรม บริการนวดสลายไขมัน บริการคอร์สเทอมาจ สั่งเฟอร์นิเจอร์ ซื้อโปรแกรมทัวร์ จ้างเหมางานสถาปัตยกรรม เช่าอุปกรณ์เสำหรับจัดงานแต่งงานจ้างตกแต่งหัวเตียงนอน จ้างพนักงานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ทำข้อมูลในโทรศัพท์สูญหาย สั่งทำเคาน์เตอร์ไม่เป็นไปตามแบบ ว่าจ้างทำประตูบานเลื่อนพร้อมติดตั้งและทำชั้นวางของ สั่งซื้อกางเกงผ่านเพจเฟซบุ๊กซื้อโปรแกรมสุขภาพลดน้ำหนัก ว่าจ้างติดตั้งประตู ว่าจ้างซ่อมแซมบ้าน สั่งซื้อโครงสร้างตู้น็อคดาวน์รายละเอียด ดังนี้


ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน  เรื่อง

1. กรณีผู้บริโภคและพวกรวม  ราย แจ้งว่า ได้ทำสัญญาว่าจ้างออกแบบและรับเหมางานโครงสร้างสถาปัตยกรรมราคา ๔๓๕,๐๐๐ บาท กับบริษัทแห่งหนึ่ง กำหนดผ่อนชำระ  งวด ซึ่งได้ชำระเงินและค่าใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน ๑๘๙,๕๐๐ บาท ต่อมาบริษัทฯ ทิ้งงานและไม่ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภค เห็นว่า ผู้บริโภคได้ว่าจ้างสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย กรณีที่บริษัทฯ รับจ้างสร้างบ้านไม่เสร็จตามงวดงาน จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องคืนเงิน ๘๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายให้แก่ผู้บริโภค ส่วนค่าถมที่ดิน ผู้บริโภคไม่ได้แสดงหลักฐาน และไม่มีใบเสร็จชำระเงิน จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทฯ คืนเงินค่าถมที่ดินและชดใช้ค่าเสียหาย

จากการถมที่ดินเพิ่มเติมได้ จากการตรวจสอบยังพบว่า บริษัทฯ ได้หยุดการส่งงบการเงินให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งแต่ปี .๒๕๖๒ ถึงปัจจุบัน ข้อเท็จจริง อาจเชื่อได้ว่าทรัพย์สินของบริษัทฯ มีไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ จึงเห็นควรให้กรรมการบริษัทฯ ร่วมรับผิดชอบในหนี้ที่บริษัทฯ มีต่อผู้บริโภคด้วยตาม ..

วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค .๒๕๕๑ มาตรา ๔๔  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ตามมาตรา 44 แห่ง ..วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 

.. 2551 เพื่อบังคับให้ร่วมกันคืนเงิน จำนวน 87,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


2. กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับบริษัทแห่งหนึ่ง ราคา 1,649,000 บาท ชำระเงินจอง20,000 บาท เงินทำสัญญางวดแรก 103,675 บาท เงินทำสัญญางวดที่สอง 123,675 บาท และเงินดาวน์339,523 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 586,873 บาท กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดภายในเดือนกันยายน 2558 แต่บริษัทฯ ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา แต่ผู้บริโภคไม่ได้โต้แย้งเรื่องระยะเวลาก่อสร้างล่าช้าและไม่ได้แสดงเจตนาบอกเลิกสัญญา สัญญาระหว่างผู้บริโภคและบริษัทฯ จึงยังคงมีผลบังคับใช้ต่อกัน  กรณีผู้บริโภคอ้างว่าไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ เนื่องจากมีหนี้แบล็กลิสต์ไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อได้นั้น ผู้บริโภคจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา บริษัทฯ จึงสามารถริบเงินมัดจำจำนวน 20,000 บาท ได้ตามมาตรา 378 แห่ง ..กรณีเงินทำสัญญาจำนวน 227,350 บาท เป็นเงินที่ผู้บริโภคชำระหลังจากวันทำสัญญาจึงไม่ถือเป็นมัดจำ บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิริบเพราะเหตุผู้บริโภคผิดสัญญา ประกอบกับสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายห้องชุดที่บริษัทฯ จัดทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ  ซึ่งสัญญาจะซื้อจะขายทำตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และหากมีส่วนใดมิได้ทำตามแบบสัญญาที่กำหนดและไม่เป็นคุณต่อผู้จะซื้อ สัญญานั้นไม่มีผลใช้บังคับ ซึ่งผู้บริโภคได้นำสัญญาจะซื้อจะขายแปลเป็นภาษาไทย ส่งให้ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนดและไม่เป็นคุณต่อผู้จะซื้อ ข้อความส่วนที่บริษัทฯ ระบุว่าริบเงิน จึงไม่สามารถใช้บังคับได้บริษัทฯ จึงต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายแก่ผู้บริโภค เมื่อบริษัทฯ ปฏิเสธ จึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ ดังนี้ ให้คืนเงินจำนวน227,350 บาท และต้องคืนเงินดาวน์จำนวน 339,523 บาท รวมทั้งเงินค่ารื้อสัญญา 32,980 บาท และค่าเสียหายที่ผู้บริโภคว่าจ้างแปลสัญญาจะซื้อจะขาย จำนวน 6,420 บาท และแปลหลักฐานการรับเงินจำนวน 1,500 บาท  


3. กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาว่าจ้างปลูกสร้างบ้านพักอาศัย 2 ชั้น กับผู้รับจ้าง ในราคา 3,800,000 บาท มีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 7 เดือน ผู้บริโภคชำระเงินไปแล้วจำนวน 3 งวด รวมเป็นเงินจำนวน 1,534,000 บาท ผู้รับจ้างทำงานได้ถึงงานงวดที่ 3 และทิ้งงานไม่เข้ามาดำเนินการ ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอเงินส่วนที่ชำระเกินจากงวดงานไป พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย  กรณีดังกล่าว ผู้รับจ้างทำงานไม่เสร็จตามสัญญาและทิ้งงานไป บริษัทผู้จัดทำใบเสนอราคาและใบเสร็จรับเงินในฐานะผู้ร่วมประกอบธุรกิจจึงต้องร่วมรับผิดในมูลแห่งคดีเดียวกันด้วย  ทั้งนี้ผู้บริโภคได้ว่าจ้างให้ผู้มีวิชาชีพเข้าไปสำรวจความเสียหาย และประเมินราคาเนื้องานที่ผู้รับจ้างทำทิ้งไว้ พบว่าเนื้องานที่ทำไว้ก่อนทิ้งงานคิดเป็นเงิน 745,366 บาท เมื่อนำมาคำนวณหักกับเงินที่ผู้บริโภคชำระไปแล้วจำนวน 1,534,000 บาทเห็นว่าผู้บริโภคชำระเงินเกินไปกว่าเนื้องาน  เมื่อผู้รับจ้างและบริษัทฯ ไม่คืนเงิน จึงเป็นการกระทำละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้รับจ้าง และบริษัทฯ ต้องร่วมกันรับผิดชอบคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคเป็นเงินจำนวน 788,634 บาท และรวมถึงค่าจ้างผู้มีวิชาชีพด้านวิศวกรรม เพื่อตรวจสอบบ้าน จำนวน10,000 บาท รวมเป็นทั้งสิ้นจำนวน 798,634 บาท


4. กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด กับบริษัทแห่งหนึ่ง และชำระเงินจอง 5,000 บาท  เงินทำสัญญา 35,000 บาท และเงินดาวน์ 243,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 283,400 บาท แต่บริษัทฯ ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้บริโภคจึงแจ้งฯ ขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แต่บริษัทฯ ปฏิเสธ จึงขอความเป็นธรรม กรณีดังกล่าวตามสัญญา

จะซื้อจะขายได้ระบุระยะเวลาก่อสร้างพร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดให้แก่ผู้จะซื้อ แต่บริษัทฯ ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา และไม่ได้มีหนังสือแจ้งขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง จึงถือว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจขายห้องชุดเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา .๒๕๔๓ ข้อ . กำหนดว่า ในกรณี ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถดำเนินการโครงการอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดสัญญา หรือคาดหมายได้ว่าจะไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด (ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและมีสิทธิเรียกเงินที่ผู้บริโภคได้ชำระไปแล้วทั้งหมดคืนจากผู้ประกอบธุรกิจ พร้อมดอกเบี้ยฯ เมื่อบริษัทฯ เสนอคืนเงินให้ผู้บริโภคบางส่วน ซึ่งไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ถือว่าบริษัทฯ กระทำการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค จึงต้องคืนเงินที่ได้ชำระไปแล้วพร้อมดอกเบี้ย ตามที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายในอัตราร้อยละ . ต่อปี  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 283,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ . ตามสัญญาจะซื้อจะขายให้แก่ผู้บริโภค


5. กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด กับบริษัทแห่งหนึ่งในราคา 986,500 บาท โดยชำระเงินจอง 10,000 บาท เงินทำสัญญา 100,000 บาท และเงินดาวน์ 26 งวด 355,888 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 465,888 บาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายคาดหมายว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดประมาณในปี .. 2557 แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอยกเลิกสัญญาและขอเงินทั้งหมดคืน พร้อมชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตกแต่งห้องชุด 210,000 บาท  กรณีดังกล่าวบริษัทฯ ก่อสร้างล่าช้า และไม่ระบุวันโอนกรรมสิทธิ์ไว้ในสัญญา ถือว่าผิดสัญญา ต้องคืนเงินที่ผู้บริโภคได้ชำระไปจำนวน 465,888 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย ตาม ..มาตรา 391 และชดใช้ค่าเสียหายค่าตกแต่งห้องชุด 210,000 บาท ซึ่งเป็นค่าเสียหายที่เกิดจากพฤติการณ์พิเศษ ที่ผู้บริโภคได้แจ้งให้บริษัทฯ ทราบแล้ว  สำหรับค่าเช่าห้องพัก 594,000 บาท ที่ผู้บริโภคได้เช่าก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขายบริษัทฯ ไม่สามารถคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนี้ล่วงหน้าก่อนได้ จึงไม่สามารถเรียกร้องได้ ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญา และมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้บริโภค และทรัพย์สินของบริษัทฯ มีไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท และให้คืนเงินจำนวน 465,888 บาท และชดใช้ค่าตกแต่งภายในห้องชุด จำนวน 210,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย ให้แก่ผู้บริโภค

6. กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านพักอาศัย 1 ชั้น พร้อมรั้ว กับผู้รับจ้างในราคา1,295,000 บาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันทำสัญญา แต่ผู้รับจ้าง

ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดสัญญา ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย จึงมีความประสงค์ขอยกเลิกสัญญาและขอให้ผู้รับจ้างชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าปรับตามสัญญา  กรณีดังกล่าวผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างได้เพียงประมาณ 50% ของงานทั้งหมดและทิ้งงานไป ไม่เข้ามาดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญา จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีหนังสือเชิญผู้รับจ้างมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์แล้ว แต่จงใจเพิกเฉยไม่มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่และไม่แจ้งเหตุขัดข้อง หรือโต้แย้งคำกล่าวอ้างของผู้บริโภค จากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่าผู้รับจ้าง

ไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับผู้บริโภค จึงเห็นว่าการกระทำของผู้รับจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค กรณีดังกล่าวผู้บริโภคได้ว่าจ้างบุคคลเข้ามาประเมินราคาความเสียหายงานที่ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างไม่เสร็จเป็นเงินจำนวน 760,200 บาท หักกับค่างวดงานที่ผู้บริโภคยังไม่ได้ชำระจำนวน 222,750 บาท จึงคงเหลือเงินที่ผู้รับจ้างต้องคืนให้ผู้บริโภคจำนวน 537,450 บาท และชดใช้ค่าปรับล่าช้าร้อยละ 20 ต่อวัน ของราคารับจ้าง (วันละ 2,590 บาทรวม 94 วัน จำนวน 243,460 บาท 

เมื่อผู้รับจ้างปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้รับจ้างและบังคับให้คืนเงินจำนวน 537,450 บาท และชดใช้ค่าปรับจำนวน 243,460 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายให้แก่ผู้บริโภคและรับผิดชอบค่าเสียหายเชิงลงโทษด้วย

 

ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการ รวมจำนวน ๓๑ เรื่อง


1. กรณีผู้บริโภคได้เช่ารถยนต์ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Altis กับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยชำระค่าเช่าจำนวน 3,900 บาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 273 บาท และเงินประกันจำนวน 10,700 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,973 บาท มีระยะเวลาเช่า 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 .. 2565 เวลา 06.00 ถึงวันที่ 3 .. 2565 เวลา 20.00 ผู้บริโภคได้ส่งมอบรถยนต์คืนเมื่อวันที่ 3 .. 2565 ต่อมาได้รับแจ้งจากบริษัทฯว่ากระทำผิดสัญญาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนป้ายจำกัดความเร็ว และต้องชำระค่าปรับใบสั่งจราจรจำนวน 500 บาท หากไม่ชำระจะไม่คืนเงินประกันจำนวน 10,700 บาท แต่เมื่อผู้บริโภคชำระค่าปรับเมื่อวันที่ .. 2565 แล้วบริษัทฯ ก็ไม่คืนเงินตามที่แจ้ง ผู้บริโภคจึงขอความช่วยเหลือจาก Drivehub จากนั้นบริษัทฯ 

จึงคืนเงินแก่ผู้บริโภค 7,700 บาท หักค่าเสียหาย 3,000 บาท และให้ผู้บริโภคชำระค่าปรับอีก 500 บาท ซึ่งบริษัทฯ อ้างสัญญา ข้อ 8 "ถ้าผู้เช่าทำผิดสัญญานี้ตั้งแต่ ข้อหนึ่งข้อใดก็ดี หรือทำผิดระเบียบข้อบังคับการเช่ารถยนต์ของผู้ให้เช่าแม้แต่ข้อหนึ่งข้อใดก็ดี ผู้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่าริบทรัพย์ตามที่วางประกันตามข้อ  นั้นเสีย และต้องใช้ค่าเสียหายอีกส่วนหนึ่งด้วย” เห็นว่าบริษัทฯ ใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค ตามมาตรา 4 (1) แห่ง ..ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม .. 2540 และเมื่อผู้บริโภคได้ตรวจสอบใบสั่งจราจร และกองบังคับการตำรวจทางหลวงได้มีหนังสือ แจ้งว่าข้อมูลในใบสั่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้บริโภคแนบมาให้ตรวจสอบ ถือว่าบริษัทฯ มีพฤติการณ์กระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยการใช้เอกสารปลอม เพื่อจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค ดังนั้น 

การที่บริษัทฯ ไม่คืนเงินประกันจำนวน 3,000 บาท การไม่คืนเงินที่ผู้บริโภคชำระไปเกินจำนวน 100 บาทและให้ผู้บริโภคทำการชำระค่าปรับจากใบสั่งจราจรเพิ่มอีกจำนวน 500 บาท ถือว่าบริษัทฯ กระทำผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้คืนเงินรวมจำนวน 3,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายให้แก่ผู้บริโภค

2. กรณีผู้บริโภคได้สั่งซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ ราคา 399 บาท ค่าขนส่ง 50 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 449 บาท กับห้างหุ้นส่วนจำกัด แห่งหนึ่งผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และเฟซบุ๊ก เมื่อผู้บริโภคได้รับสินค้า แต่มีความประสงค์ขอคืนสินค้าเนื่องจากไม่พึงพอใจในการบริการของห้างฯ โดยที่ผู้บริโภคยังไม่ได้เปิดใช้งานสินค้าแต่อย่างใด และจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งคืนสินค้าดังกล่าว แต่ห้างฯ ปฏิเสธการรับคืน กรณีดังกล่าวการที่ห้างฯ เสนอขายซิมการ์ดแก่ผู้บริโภคผ่านแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊ก เป็นการทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค  ซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ การกระทำของห้างฯ จึงเป็น "ตลาดแบบตรง” ตามมาตรา 3 แห่ง ...ขายตรงและตลาดแบบตรง .. 2545 และไม่ใช่การซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎกระทรวงกำหนดการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง .. 2561  ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิเลิกสัญญาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับสินค้า ตามมาตรา 33 แห่ง ..ขายตรงและตลาดแบบตรง .. 2545 และการบอกเลิกสัญญาผ่านแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊ก ถือเป็นการแสดงเจตนาเป็นหนังสือตามที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 8 วรรคแรก แห่ง ..ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ .. 2544 การใช้สิทธิเลิกสัญญาจึงชอบด้วยกฎหมาย  กรณีนี้จำต้องให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ห้างฯ จึงต้องคืนเงินเต็มจำนวนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญา โดยห้างฯ ต้องคืนเงินทั้งหมด ดังนั้น การที่ห้างฯไม่คืนเงินจึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ห้างเพื่อบังคับให้รับคืนสินค้าและคืนหรือชดใช้เงิน จำนวน 449 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายให้แก่ผู้บริโภค


3. กรณีผู้บริโภคได้สั่งซื้อหนังสือ ในราคา 988 บาท และค่าขนส่งเป็นจำนวนเงิน 69 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 1,057 บาท กับบริษัทแห่งหนึ่งแต่ปรากฏว่า บริษัทฯ ไม่ส่งมอบหนังสือดังกล่าวให้แก่ผู้บริโภคผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ให้บริษัทส่งมอบหนังสือที่ผู้บริโภคสั่งซื้อ หรือคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคทั้งหมด กรณีที่ผู้บริโภคสั่งซื้อหนังสือพิพาท บริษัทฯ ในฐานะผู้ขายมีหน้าที่ส่งมอบหนังสือพิพาทให้แก่ผู้บริโภคในฐานะผู้ซื้อ เมื่อผู้บริโภคได้ชำระราคาหนังสือให้แก่บริษัทฯ ครบถ้วนแล้ว แต่บริษัทฯ ไม่ได้ส่งมอบหนังสือพิพาทให้แก่ผู้บริโภค บริษัทฯ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีหนังสือเรียกให้ตัวแทนบริษัทฯ ทราบความประสงค์ของผู้บริโภคและมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงแล้ว จึงถือว่าบริษัทฯ ได้ทราบถึงการแสดงเจตนาเลิกสัญญาของผู้บริโภคแล้วและเมื่อผู้บริโภคได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว กรณีนี้จำต้องให้คู่กรณีแต่ละฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 บริษัทฯ จึงต้องคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคทั้งหมด 1,097 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย  ดังนั้น การที่บริษัทฯ ไม่คืนเงิน จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้บริษัทฯ คืนเงินให้แก่ผู้บริโภคทั้งหมดจำนวน ,๐๙๗ บาท  พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และให้ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทฯ จ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร

4. กรณีผู้บริโภคสมัครสมาชิกฟิตเนส เป็นระยะ  เดือน ราคา ๑๐,๑๐๐ บาท และสมัครผู้ฝึกสอนส่วนตัว (personal trainer) จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ราคา ๓๒,๐๐๐ บาท กับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยบริษัทฯ มีเงื่อนไขว่า หากมีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ทำงานไปทำงานที่อื่นจะคืนเงิน ต่อมาผู้บริโภคได้ย้ายสถานที่ทำงานจึงแจ้งขอเงินคืน แต่บริษัทฯ เพิกเฉย ผู้บริโภคได้ติดตามบริษัทฯ กว่า  ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า ผู้บริโภคจึงประสงค์ให้บริษัทฯ คืนเงินจำนวน ๔๒,๑๐๐ บาท  คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราวร้องทุกข์ด้านโฆษณาและบริการ พิจารณาแล้ว เงื่อนไขดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิตามเงื่อนไขดังกล่าว แต่บริษัทฯ เพิกเฉย ผู้บริโภคจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อบริษัทฯ ไม่ยกเลิกสัญญาและคืนเงินให้ผู้บริโภคตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในสัญญาให้แก่ผู้บริโภคจึงถือว่าบริษัทฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญา และเป็นการกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้บริษัทฯ คืนเงินให้แก่ผู้บริโภคเป็นเงินจำนวน ๓๕,๗๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


5. กรณีผู้บริโภคได้สมัครสมาชิกออกกำลังกาย ระยะเวลาการเป็นสมาชิก 6 เดือน และซื้อบริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล จำนวน 25 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 27,500 บาท กับบริษัทแห่งหนึ่งโดยผู้บริโภคและพนักงานขายพูดคุยตกลงว่าผู้บริโภคสามารถเริ่มเข้าใช้บริการเมื่อใดก็ได้ ต่อมาเมื่อผู้บริโภคจะเข้าไปใช้บริการ  ปรากฏว่าบริษัทฯ ปิดกิจการไม่สามารถให้บริการได้ตามสัญญา ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอให้คืนเงินที่ได้ชำระไปแล้วทั้งหมด กรณีดังกล่าว บริษัทฯ มีหน้าที่ให้บริการพื้นที่ออกกำลังกายอุปกรณ์ออกกำลังกาย และจัดหาผู้ฝึกสอนออกกำลังกายส่วนบุคคลให้แก่ผู้บริโภคตามสัญญาซึ่งพนักงานขายและผู้ฝึกสอน ได้ให้เงื่อนไขแก่ผู้บริโภคอันเป็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ข้อตกลงดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา 

เมื่อบริษัทฯ ปิดกิจการ จึงไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้จึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่ได้ชำระและเมื่อปฏิเสธการคืนเงิน จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่ง

แก่บริษัท  เพื่อบังคับให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค เป็นเงินจำนวน ๒๗,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


6. กรณีผู้บริโภคจองโรงแรมดำเนินการโดยบริษัทแห่งหนึ่ง รวม 5 คืน เป็นเงินจำนวน 35,521 บาท แต่ปรากฏว่าได้เข้าพักจริงเพียง 3 คืน และต้องเช็คเอาท์หลังเที่ยงคืน เนื่องจากภายในห้องพักไม่มีไฟฟ้า ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ให้บริษัทฯ คืนเงินค่าที่พักและค่าส่วนต่างที่พักที่ต้องชำระสูงขึ้นรวมเป็นเงินจำนวน 19,908.20 บาท  กรณีดังกล่าวบริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการห้องพักที่มีไฟฟ้าได้ครบตามจำนวนคืนที่ตกลงกันไว้ ถือเป็นการผิดสัญญาและบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าที่พักและค่าส่วนต่างที่พักที่ต้องชำระสูงขึ้นให้แก่ผู้บริโภค แต่บริษัทฯ ปฏิเสธ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุมเห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัท   เพื่อบังคับให้คืนเงินและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคเป็นเงินจำนวน ,๓๐๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


7. กรณีผู้บริโภคได้เข้าไปใช้บริการนวดสลายไขมันหน้าท้องตาโปรโมชันที่ดำเนินการโดยบริษัทแห่งหนึ่งในขณะที่ผู้บริโภคใช้บริการพนักงานของบริษัทฯ ได้เสนอขายคอร์สให้แก่ผู้บริโภคและนำบัตรเครดิตของผู้บริโภคไปชำระค่าบริการเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท สามารถใช้วงเงินเข้ารับบริการได้จำนวน,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยผู้บริโภคไม่เต็มใจ  จึงมีความประสงค์ขอยกเลิกสัญญาและขอให้บริษัทฯ คืนเงินที่ชำระไปแล้วทั้งหมด กรณีดังกล่าว บริษัทฯ มีเจตนาไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยใช้กลอุบายในการนำเสนอขายบริการเสริมความงามและนำบัตรเครดิต

ของผู้บริโภคไปเพิ่มวงเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ผู้บริโภคเข้ารับบริการนวดสลายไขมัน อีกทั้งผู้บริโภคได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาภายใน  วัน แต่บริษัทฯ ไม่คืนเงินให้กับผู้บริโภค จึงถือได้ว่าบริษัทฯ กระทำผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรพิจารณาดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภคเป็นเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


8. กรณีผู้บริโภคเข้ารับบริการคอร์สเทอมาจกับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าใบหน้าของผู้บริโภคเกิดอาการไหม้ ต่อมาบริษัทฯ และผู้บริโภคสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ ตามรายละเอียดบันทึกข้อตกลง 

โดยบริษัทฯ ตกลงคืนเงินจำนวน 30,000 บาท เป็นเช็คระบุชื่อผู้บริโภค และหากบริษัทฯ ผิดนัดชำระหนี้ยินยอมให้ผู้บริโภคฟ้องคดีตามมูลค่าหนี้ 65,000 บาท พร้อมเรียกดอกเบี้ยตามกฎหมาย  ต่อมาปรากฏว่าบริษัทฯ ไม่จัดส่งเช็คให้ผู้บริโภคตามกำหนด บริษัทฯ จึงเป็นฝ่ายผิดบันทึกข้อตกลงอันเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรพิจารณาดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภคจำนวน ๖๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


9. กรณีผู้บริโภคสั่งทำเฟอร์นิเจอร์  ห้องและตู้ครัว จากร้านแห่งหนึ่งผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน๒๒๓,๐๐๐ บาท โดยแจ้งว่าใช้ระยะเวลา ๓๐ - ๔๕ วัน ปรากฏว่าสินค้าไม่ครบ สินค้าไม่ตรงตามที่สั่งทำทำให้ไม่สามารถติดตั้งได้ ส่วนเฟอร์นิเจอร์อีกห้องผู้ขายสินค้าไม่สามารถส่งมอบให้ได้มีการประสานขอเลื่อนการส่งหลายครั้ง และวันส่งสินค้าครั้งแรกล่าช้าไปกว่า ๖๐ วัน จึงมีความประสงค์ขอเงินคืนในส่วนที่เหลือจากการไม่ได้ส่งมอบเฟอร์นิเจอร์และค่าเสียเวลาคืน จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท กรณีดังกล่าว ผู้บริโภคและร้านฯ ต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน โดยได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญในบันทึกถ้อยคำของผู้ประกอบธุรกิจ และผู้บริโภครับข้อเสนอโดยลงลายมือชื่อไว้ในบันทึกถ้อยคำ เมื่อร้านไม่ได้ชำระเงินตามกำหนดนัด จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุม  เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ร้านเพื่อบังคับให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค จำนวน ๗๕,๗๐๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


10. กรณีผู้บริโภคและภรรยา ซื้อโปรแกรมทัวร์กับบริษัทแห่งหนึ่ง ราคาคนละ ๔๒,๙๐๐ บาท ค่าวีซ่าคนละ ,๕๐๐ บาท รวม  คน ชำระเป็นเงิน ๙๒,๘๐๐ บาท กำหนดเดินทางในวันที่ ๒๐ - ๒๗ตุลาคม ๒๕๖๒ แต่เมื่อถึงเวลาเดินทางบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการให้ผู้บริโภคและภรรยาเดินทางได้ จึงโอนเงินคืนให้คนละ ๑๐,๒๕๐ บาท รวมเป็นเงินจำนวน ๒๐,๕๐๐ บาท คงเหลือเงินที่ต้องชำระเป็นเงินจำนวน ๗๒,๓๐๐บาท 

แต่บริษัทฯ มิได้ชำระเงินคืนแต่อย่างใด กรณีดังกล่าวเมื่อบริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการได้ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม  เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัท  และผู้รับโอนเงิน เพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการให้แก่ผู้บริโภคและภรรยา เป็นเงินจำนวน ๗๒,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร 


11. กรณีผู้บริโภคซื้อรายการนำเที่ยวโปรแกรม Europe Romantic Alps ๑๐ วัน จำนวน  ท่าน กับบริษัทแห่งหนึ่งชำระเงินจำนวน ๓๐๙,๘๐๐ บาท  ต่อมาได้รับแจ้งจากบริษัทฯ ว่าโปรแกรมถูกยกเลิก และจะคืนเงินภายใน ๑๕ วัน ปัจจุบันผู้บริโภคยังไม่ได้รับเงินคืน กรณีดังกล่าวเมื่อบริษัทฯ ยกเลิกโปรแกรมนำเที่ยวและไม่สามารถให้บริการตามกำหนดระยะเวลาได้ บริษัทฯ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค เป็นเงินจำนวน ๓๐๙,๘๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย 

 

12. กรณีกรมการท่องเที่ยวส่งเรื่องร้องทุกข์ของผู้บริโภคจำนวน  ราย  กรณีซื้อรายการนำเที่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมและได้ชำระเงินค่าบริการนำเที่ยวให้บริษัทฯ แล้วแต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเดินทางได้ตามรายการนำเที่ยวดังกล่าวได้ จึงมีความประสงค์ขอเงินคืน  กรณีดังกล่าวเมื่อบริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการตามสัญญาได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดหมายเพราะเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บริษัทฯ ในฐานะลูกหนี้ตามสัญญาให้บริการ จึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่ได้รับชำระไว้ให้แก่ผู้บริโภคทั้งหมด แต่บริษัทฯ เพิกเฉยไม่ดำเนินการคืนเงินจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัท  และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ และในฐานะผู้มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร    


13. กรณีกรมการท่องเที่ยวส่งเรื่องร้องทุกข์ของผู้บริโภคจำนวน  ราย กรณีซื้อรายการนำเที่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมและได้ชำระเงินค่าบริการนำเที่ยวให้บริษัทฯ แล้วแต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือเมื่อถึงกำหนดเดินทางบริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการตามรายการนำเที่ยวได้ ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอเงินคืน เมื่อบริษัทฯไม่สามารถให้บริการตามสัญญาได้ บริษัทฯ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และกระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันในฐานะผู้มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร    


14. กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจ้างเหมางานสถาปัตยกรรม โครงการก่อสร้างบ้านโมเดิร์นผู้สูงอายุ กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ราคา ๓๒๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน ผู้บริโภคได้ชำระเงินงวดแรกจำนวน ๖๔,๐๐๐ บาท ต่อมาบ่ายเบี่ยงไม่เข้าทำงานต่อเนื่อง โดยอ้างเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และน้ำท่วมจนกระทั่งเวลาล่วงเลยกำหนดระยะเวลาแล้ว ผู้บริโภคจึงบอกเลิกสัญญาและได้เจรจาเพื่อขอเงินคืนบางส่วนแต่ไม่สามารถตกลงกันได้  กรณีดังกล่าวเป็นสัญญาจ้างทำของห้างฯซึ่งให้บริการก่อสร้างต่อเติมและเป็นผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการก่อสร้าง  และต่อเติมบ้านพักอาศัยของผู้บริโภคจนสำเร็จได้ตามที่ตกลง จึงถือเป็นฝ่ายผิดสัญญาห้างฯ จึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาคงเหลือ

เงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้บริโภค เมื่อห้างฯ ไม่คืนเงินให้แก่ผู้บริโภคจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและกระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๓๕,๒๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


15. กรณีผู้บริโภคทำสัญญาเช่าอุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับจัดงานแต่งงาน ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันไลน์ราคา ,๐๐๐ บาท ชำระเงินด้วยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร กำหนดเวลาส่งมอบอุปกรณ์ในวันแต่งงานปรากฏว่าผู้บริโภคไม่สามารถติดต่อผู้รับจ้างได้ เป็นเหตุให้ผู้บริโภคต้องหาผู้จัดงานรายอื่นแทน ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย จึงขอความเป็นธรรม  กรณีดังกล่าวผู้รับจ้างเป็นผู้ผิดสัญญา ทั้งข้อเท็จจริงปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อผู้รับจ้างได้ และภายหลังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีหนังสือเชิญให้มาพบแต่ไม่มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เป็นการกระทำที่เป็นการหลอกลวง มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย ไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับผู้รับจ้าง  เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


16. กรณีผู้บริโภค ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง ผู้ถูกร้องที่  เพื่อดำเนินการตกแต่งหัวเตียงนอน ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ราคา ๓๙,๐๐๐ บาท ชำระเงินมัดจำ จำนวน ๑๙,๕๐๐ บาท ชำระเงินด้วยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ต่อมาระหว่างการติดตั้ง  ผู้ถูกร้องที่  ทำเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภคเสียหายประเมินมูลค่าเป็นเงิน ,๙๐๐ บาท ซึ่งผู้ถูกร้องรับว่าจะชดใช้ให้ แต่ก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา กรณีดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย จึงขอความเป็นธรรม  การที่ผู้ถูกร้องทั้งสองรับเงินจากผู้บริโภคแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิบัติงานตามสัญญาได้ และไม่ดำเนินการแก้ไขเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้การได้ รับว่าจะดำเนินการให้ แต่ก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา พฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีดำเนินคดีแพ่งกับบริษัท (ผู้ถูกร้องคนที่ และผู้ถูกร้องคนที่  เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ๒๕,๔๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย  และเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


17. กรณีผู้บริโภคทำสัญญาว่าจ้างพนักงานดูแลผู้ป่วยกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ค่าจ้างเดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาทชำระเงินมัดจำล่วงหน้า ๑๘,๐๐๐ บาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร ต่อมาผู้ป่วยเสียชีวิต ผู้บริโภค

จึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน แต่ผู้ถูกร้องไม่คืนเงิน ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน จึงขอความเป็นธรรม  กรณีดังกล่าวเมื่อผู้บริโภคบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุผู้ป่วยที่ดูแลเสียชีวิต เงินหรือค่าบริการล่วงหน้าที่รับไว้ ผู้ถูกร้องต้องคืนให้กับผู้บริโภค ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุคนทุพพลภาพและผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา.๒๕๕๙ ข้อ  (เมื่อผู้ถูกร้องไม่คืนจำนวนดังกล่าว จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุมเห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนผู้จัดการ และ ผู้รับเงินให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงิน ๑๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย

ตามกฎหมาย


18. กรณีผู้บริโภค ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้จัดส่งพนักงานดูแลมารดา ค่าจ้างเดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท ชำระมัดจำล่วงหน้า ,๐๐๐ บาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร ภายหลังผู้ถูกร้องจัดส่งพนักงานมาดูแล 

แต่ไม่สามารถทำงานได้หลายครั้งผู้บริโภคจึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน แต่ผู้ถูกร้องไม่คืนทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน จึงขอความเป็นธรรม กรณีที่ผู้ถูกร้องจัดส่งพนักงานซึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามสัญญาได้ ผู้ถูกร้องจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน ผู้ถูกร้องจึงต้องคืนเงินมัดจำ เมื่อไม่คืน จึงเป็นการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่ง เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ,๐๐๐บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


19. กรณีผู้บริโภค นำโทรศัพท์ ยี่ห้อ Apple รุ่น iPhone 8 Plus เครื่องเก่าไปแลกเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็นรุ่น iPhone 13 กับบริษัท แห่งหนึ่ง ในราคา ๓๑,๓๐๐ บาท และซื้อ Computer Macbook ความจุ 256 GB 

ราคา ๓๒,๔๐๐ บาท  เพื่อใช้ถ่ายโอนข้อมูลตามคำแนะนำของพนักงานผู้ถูกร้อง ปรากฏว่าพนักงานไม่สามารถโอนย้ายวิดีโอ และวิดีโอหายไปทั้งหมด ซึ่งเป็นวิดีโอเกี่ยวกับความทรงจำของครอบครัวผู้บริโภค ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงขอความเป็นธรรม  กรณีดังกล่าว พนักงานของผู้ถูกร้องใช้วิธีImport โดย copy ข้อมูลต่าง  ไปยัง Computer Macbook แล้วนำไปเก็บไว้ใน External Harddisk ซึ่งบริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเซีย (ประเทศไทยจำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ได้ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขั้นตอนการสำรองข้อมูล โดยสามารถสำรองข้อมูลของอุปกรณ์เพื่อถ่ายโอนข้อมูลไปยังอุปกรณ์เครื่องใหม่ได้โดยใช้วิธี iCloud และโดยใช้คอมพิวเตอร์ ดังนั้น ผู้ถูกร้องในฐานะผู้มีวิชาชีพควรจะรู้หรือควรรู้ได้ว่า การโอนถ่ายข้อมูลควรใช้วิธีใด การโอนย้ายข้อมูลผิดวิธี จึงเป็นผลโดยตรงที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภค การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการกระทำผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับบริษัท  เพื่อบังคับให้ชดใช้เงินจำนวน ๒๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

20. กรณีผู้บริโภค สั่งทำเคาน์เตอร์  แบบ  ขนาด เพื่อตกแต่งห้องนั่งเล่น กับผู้รับจ้าง ราคารวมค่าขนส่ง ,๕๐๐ บาท ชำระเงินครบถ้วนแล้ว ภายหลังส่งมอบเคาน์เตอร์ ปรากฏว่า ไม่เป็นไปตามแบบที่ตกลงกัน ลิ้นชักไม่สามารถใช้การได้ กระเบื้องมีรอยร้าว จึงแจ้งผู้ถูกร้องให้รับผิดชอบแต่เพิกเฉย ผู้บริโภคจึงส่งเคาน์เตอร์ทั้งหมดคืน โดยมีค่าขนส่ง ,๒๐๐ บาท และขอเงินคืน กรณีดังกล่าวเมื่อผู้ถูกร้องส่งมอบเคาน์เตอร์

ไม่เป็นไปตามแบบที่ตกลงกันและไม่สามารถใช้การได้ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้บริโภคจึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยส่งมอบเคาน์เตอร์คืน แต่ละฝ่ายจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยหากกระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ผู้ถูกร้องจึงมีหน้าที่คืนเงินและชำระค่าเสียหาย เมื่อไม่คืน จึงเป็นการกระทำผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้รับจ้าง เพื่อบังคับให้คืน หรือชดใช้เงินจำนวน,๗๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


21. กรณีผู้บริโภค ว่าจ้างทำประตูบานเลื่อนพร้อมติดตั้งและทำชั้นวางของ จำนวน  รายการ กับผู้รับจ้างราคา ๓๕,๐๐๐ บาท ชำระมัดจำโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารผู้ถูกร้อง จำนวน ๑๐,๐๐๐บาท ภายหลังผู้ถูกร้องเข้าไปดำเนินการติดตั้ง และรับเงินอีกจำนวน ,๐๐๐ บาท โดยตกลงเวลาส่งมอบงานเป็นที่แน่นอน ปรากฏว่า ผู้ถูกร้องดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความเป็นธรรม  กรณีดังกล่าว การที่ผู้ถูกร้องไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้ ผู้บริโภคจึงขอยกเลิกเลิกสัญญาและขอเงินคืน และทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาที่จะเลิกสัญญากัน โดยผู้ถูกร้องได้คืนเงินจำนวน ,๐๐๐ บาท ให้กับผู้บริโภคแล้ว ส่วนที่เหลือ ๑๓,๐๐๐ บาท ผู้ถูกร้องรับว่าจะคืนให้ แต่ก็ผัดผ่อนเรื่อยมา พฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับผู้รับจ้างเพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงิน  จำนวน๑๓,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


22. กรณีผู้บริโภค ทำสัญญาว่าจ้างพนักงานดูแลผู้สูงอายุกับห้างหุ้นส่วนจำกัด จำนวน  คน ค่าจ้างพนักงาน คนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ค่าดำเนินการ คนละ ,๕๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท เพื่อมาดูแลบิดาและมารดาของผู้บริโภค ระยะเวลา  เดือน ชำระมัดจำโดยโอนเงินเข้าบัญชี  ๓๓,๐๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดว่าจ้าง พนักงานของผู้ถูกร้องได้มาขอเบิกเงินค่าจ้างจากผู้บริโภค แต่ผู้บริโภคไม่สามารถติดต่อผู้ถูกร้องได้ ผู้บริโภคจึงชำระค่าจ้างให้กับพนักงานของห้างฯ กรณีดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย จึงขอความเป็นธรรม กรณีดังกล่าวสัญญามีกำหนดระยะเวลา  เดือนเมื่อครบกำหนดสัญญาแล้ว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาที่จะต่อสัญญาโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา สัญญาจึงเป็นอันเลิกกัน ผู้ถูกร้องจึงต้องคืนเงินมัดจำหรือสิ่งใดที่รับไว้เป็นค่าบริการล่วงหน้าทั้งหมดให้แก่ผู้บริโภค เมื่อไม่คืนเงิน จึงเป็นการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และปรากฏข้อเท็จจริงว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระทำให้ปรากฏแก่คู่สัญญาว่าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ทั้งที่มิได้จดทะเบียนแต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับเพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


23. กรณีผู้บริโภค สั่งซื้อกางเกงขายาว ผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก จากผู้ถูกร้อง จำนวน  ตัว ราคา ๖๙๗ บาท โดยใช้ภาพโฆษณาเสนอขายสินค้าแสดงเนื้อผ้าและลักษณะของกางเกง ปรากฏว่าสินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามภาพการโฆษณาที่ใช้ในการขายสินค้า ผู้บริโภคจึงติดต่อไปยังผู้ถูกร้องเพื่อขอเงินคืน แต่ไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด จึงขอความเป็นธรรม กรณีดังกล่าวเป็นการส่งมอบสินค้าไม่เป็นไปตามที่สัญญาไว้ ทั้งไม่เป็นไปตามภาพโฆษณา การชำระหนี้จึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ ผู้ถูกร้องจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้บริโภคจึงมีสิทธิ

เลิกสัญญา เมื่อผู้บริโภคแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาแล้ว ทั้งสองฝ่ายจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกันจำนวนหลายราย พฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บริโภค  มติที่ประชุม  เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับผู้ถูกร้อง เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ๖๙๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


24. กรณีผู้บริโภค ทำสัญญาซื้อโปรแกรมสุขภาพคอร์สลดน้ำหนัก (นวดกระชัดสัดส่วนกับบริษัทแห่งหนึ่ง ราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในการเสนอขายโปรแกรม พนักงานของผู้ถูกร้องได้เสนอขายโปรแกรมด้วยการจูงใจด้วยการใช้ข้อความการโฆษณาสรรพคุณโดยไม่แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมให้ผู้บริโภคทราบ การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย จึงขอความเป็นธรรม ภายหลัง

เกิดเหตุ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำบันทึกข้อตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตกลงแบ่งชำระ  งวด ปรากฏว่า ผู้ถูกร้องไม่ชำระงวดที่  จึงเป็นการกระทำผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับบริษัท  เพื่อบังคับให้คืนเงินหรือชดใช้เงินจำนวน ๑๔,๑๗๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


25. กรณีผู้บริโภค ทำสัญญาว่าจ้างผู้ถูกร้อง ติดตั้งประตู จำนวน  ห้อง ราคา ๓๕,๐๐๐ บาท ชำระมัดจำ จำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท กำหนดเวลาส่งมอบแน่นอน และทำสัญญาติดตั้งม่านบังตาแบบแข็งจำนวน  ห้อง ราคา ๒๑,๐๐๐ บาท ชำระมัดจำ จำนวน ๑๖,๐๐๐ บาท กำหนดเวลาแน่นอน ภายหลังดำเนินการติดตั้งไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความเป็นธรรม การที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาติดตั้งประตูและผ้าม่าน  โดยมีกำหนดระยะเวลาติดตั้งเป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อผู้ถูกร้องไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้ ผู้บริโภค

จึงขอยกเลิกสัญญาและขอคืนเงินที่ชำระไปแล้วทั้งหมด ทั้งสองฝ่ายจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ผู้ถูกร้องมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่รับไว้ทั้งหมดเป็นเงินจำนวน ๒๑,๕๐๐ บาท เมื่อไม่คืนเงินโดยปราศจากเหตุที่จะอ้างตามกฎหมายได้ จึงเป็นการกระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้บริโภค  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับผู้ถูกร้องเพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ๒๑,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


26. กรณีผู้บริโภค ทำสัญญาว่าจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้จัดหาพนักงานดูแลผู้ป่วยค่าจ้างเดือนละ ๑๖,๐๐๐ บาท และค่าบริการ ,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๑๙,๐๐๐ บาท ชำระเงินโดยวิธีโอนเงินเข้าบัญชี ภายหลัง

ผู้ถูกร้องส่งพนักงานซึ่งไม่สามารถปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยได้หลายครั้ง ผู้บริโภคจึงขอเลิกสัญญาและขอคืนเงินมัดจำคืนแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง จึงขอความเป็นธรรม  ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกร้องมิได้จัดส่งพนักงานคนใหม่มาทดแทนให้แก่ผู้บริโภค ภายในระยะเวลา  วัน ตามสัญญาว่าจ้าง ผู้ถูกร้องจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา .๒๕๕๙ ผู้ถูกร้องจึงต้องคืนเงินหรือสิ่งใดที่รับไว้เป็นค่าบริการล่วงหน้าทั้งหมด เมื่อไม่คืน จึงเป็นการกระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่ง

กับห้างหุ้นส่วนจำกัด และหุ้นส่วนผู้จัดการ ให้ร่วมกันหรือแทนกันให้คืนหรือชดใช้เงิน จำนวน ๑๙,๐๐๐บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


27. กรณีผู้บริโภคว่าจ้าง ผู้ถูกร้องให้ซ่อมแซมบ้าน หลายรายการ คิดราคาแบบเหมา ๑๕,๐๐๐ บาท มีกำหนดเวลาแล้วเสร็จ  วัน โดยผู้ถูกร้องขอเบิกเงิน ,๐๐๐ บาท ปรากฏว่า ผู้ถูกร้องดำเนินการรื้อฝ้าได้เพียงครึ่งเดียว และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความเป็นธรรม  กรณีดังกล่าวสัญญาว่าจ้างให้ซ่อมแซมบ้าน ระหว่างผู้บริโภคและผู้ถูกร้อง ตามพฤติการณ์เป็นการแสดงเจตนาเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ส่วนการงานที่ได้กระทำไปแล้วการที่จะชดใช้คืนให้ทำได้โดยใช้เงินตามควรค่าแก่การนั้น การที่ผู้ถูกร้องไม่คืนเงินในส่วนที่ยังไม่กระทำการงาน จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุม 

เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับผู้ถูกร้อง เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริง

ที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


28. กรณีผู้บริโภค ทำสัญญาว่าจ้างดูแลผู้ป่วยกับเนอร์สซิ่งแคร์ ชำระมัดจำ ๒๐,๐๐๐ บาท  ภายหลังจัดส่งพนักงานมาดูแลได้  วัน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ตามที่ตกลงกันไว้ ผู้บริโภคจึงติดต่อผู้ถูกร้องให้ส่งพนักงานคนใหม่มาดูแลผู้ป่วย แต่ไม่จัดส่งพนักงานตามที่ตกลง จึงขอความเป็นธรรม กรณีดังกล่าวผู้ถูกร้องได้จัดส่งพนักงานซึ่งไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ และไม่สามารถจัดหาพนักงานคนใหม่มาทดแทนได้ผู้ถูกร้องจึงคืนเงินบางส่วนให้กับผู้บริโภค คงเหลือที่ยังไม่คืนเป็นเงินจำนวน ๑๖,๒๖๖ บาท  เมื่อไม่คืนจำนวนดังกล่าว จึงเป็นการกระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนหรือชดใช้เงิน จำนวน ๑๖,๒๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


29. กรณีผู้บริโภค สั่งซื้อโครงสร้างตู้น็อคดาวน์ ราคา ๓๙,๐๐๐ บาท กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำระเงินด้วยวิธีโอนเข้าบัญชี ตกลงกำหนดส่งมอบเป็นเวลาแน่นอน แต่ผู้ถูกร้องไม่ส่งมอบภายในเวลาที่ตกลงกัน และบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงขอความเป็นธรรม การที่ผู้ถูกร้องไม่ส่งมอบตู้น็อคดาวน์ ภายในเวลาที่ตกลงกัน และบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา เป็นเหตุให้ผู้บริโภคต้องบอกเลิกสัญญาและขอเงินคืน กลับประวิงเวลาไม่มีกำหนดคืนเงินโดยปราศจากเหตุที่อ้างตามกฎหมายได้ พฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่นำพาต่อความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บริโภค มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งกับห้างหุ้นส่วนจำกัด และ หุ้นส่วนผู้จัดการ เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน ๓๙,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาให้ผู้ถูกร้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร


30. กรณีผู้บริโภครายหนึ่งได้สมัครบัญชีใช้งานซื้อสินค้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยได้ชำระเงินค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต ให้บริการโดยบริษัทแห่งหนึ่งต่อมาได้มีบุคคลเข้าถึงข้อมูลบัญชีใช้งานซื้อสินค้าของผู้บริโภคและได้ทำการสั่งซื้อทองคำแท่งจากร้านค้า ผ่านเว็บไซต์ของแพลตฟอร์มออนไลน์  ในราคา16,199 บาท โดยผู้บริโภคยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวแต่อย่างใด  ผู้บริโภคจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม แต่ปัจจุบันธนาคารยังมีการติดตามทวงถามให้ผู้บริโภคชำระเงินจากการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว ทำให้ได้รับความเดือดร้อน จึงขอความเป็นธรรม คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคด้านโฆษณาและบริการ เห็นว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยในการใช้บัญชีสั่งซื้อสินค้าได้ตามสัญญา เป็นเหตุให้บริษัทบัตรเครดิตเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากผู้บริโภค แม้ผู้บริโภคยังไม่ได้ชำระเงินจำนวนดังกล่าว แต่ก็ถือว่าเป็นความเสียหายที่แท้จริงที่ตกแก่ผู้บริโภคแล้ว  การที่บริษัทบัตรเครดิต ติดตามทวงถามให้ผู้บริโภคชำระเงินค่าสินค้า โดยผู้บริโภคไม่ได้ยินยอมอนุญาตหรือนำข้อมูลบัตรเครดิต ไปให้บุคคลอื่นใช้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต ประกอบกับผู้บริโภคได้ใช้สิทธิทักท้วงไปยังบริษัทบัตรเคดิตเพื่อแจ้งว่าค่าใช้จ่ายในใบแจ้งรายการใช้บัตรเครดิต ไม่ถูกต้อง แต่ปรากฏว่าบริษัท บัตรเครดิตไม่มีการตรวจสอบและ/หรือดำเนินการยกเลิกรายการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเป็นการกระทำอันเป็นการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้บริโภค มติที่ประชุม  เห็นสมควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทบัตรเครดิตเพื่อบังคับให้ระงับการเรียกเก็บเงินตามยอดรายการชำระเงินสำหรับบัตรเครดิตจากผู้บริโภค จำนวน 16,221 บาท พร้อมดอกเบี้ย ทั้งนี้ หากบริษัท มีการเรียกเก็บเงินตามยอดรายการชำระเงินสำหรับบัตรเครดิตจากผู้บริโภคและผู้บริโภคได้ชำระเงินตามยอดรายการชำระเงินสำหรับบัตรเครดิตเรียบร้อยแล้ว เห็นสมควรดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัท เพื่อบังคับให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

31. กรณีผู้บริโภคได้สั่งซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น จำนวน  เครื่อง ราคา ๑๒,๘๔๔ บาท กับร้านค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากเครื่องเสียบ่อย จึงแจ้งร้านค้าฯ เพื่อนำไปซ่อม 

แต่มีปัญหาด้านการขนส่ง และการสื่อสาร จึงประสงค์ขอเงินคืน และเรียกร้องค่าเสียหาย จึงขอความเป็นธรรม  คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า เจ้าของร้านค้า ประกอบธุรกิจโดยโฆษณาขายสินค้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้แก่ผู้บริโภคโดยทั่วไป และผู้บริโภคสามารถตอบกลับเพื่อสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าดังกล่าวได้ และมีผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าแล้วหลายรายและปัจจุบันร้านค้ายังมีการโฆษณาขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคตามปกติ ดังนั้น การที่ผู้บริโภคได้สั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าฯ แล้วปรากฏว่าสินค้าที่ได้รับไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติตามที่โฆษณา และไม่ได้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค จึงถือได้ว่า แพลตฟอร์มออนไลน์ และร้านค้าเป็นฝ่ายผิดสัญญา  มติที่ประชุม เห็นควรดำเนินคดีแพ่งแก่ แพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้า เพื่อบังคับร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินให้แก่ผู้บริโภคจำนวน ๑๕,๒๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย 


ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ /๒๕๖๖ ได้มีการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมจำนวน 37 ราย โดยบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 4,689,964 บาท (สี่ล้านหกแสนแปดหมื่นเก้าพันเก้าร้อยหกสิบสี่บาทถ้วนพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร