เลขา สคบ. สั่งลุย ! ตรวจชุดสังฆทานทิพย์ ร่วมกับ กรมการค้าภายในและตำรวจ ปคบ.

3 พ.ค. 2566

ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อต่างๆ กรณี ชุดสังฆทานที่มีการนำมาถวายวัดเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อแกะออกหลายสิบชุดเพื่อนำมาใช้พบว่าภายในห่อสังฆทานกลายเป็นกล่องเปล่า บางกล่องมีการนำน้ำดื่มเข้าไปใส่แทน

 

เมื่อวันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.00 น. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์) สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ นำโดยนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการส่วนบังคับคดี
รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 6 นาย ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าภายใน และ บก.ปคบ. ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมที่มีคุณภาพ บริเวณหน้าวัดลาดปลาเค้า แขวงลาดปลาเค้า เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร พบว่ามีการแสดงฉลากสินค้า ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2550) เรื่อง ให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก รวมทั้งมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า ประเภทชุดสังฆทานชุดไทยธรรม ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการไว้อย่างชัดเจน ในส่วนภูมิภาค สคบ. จังหวัดอ่างทองได้ลงพื้นที่ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม พบผู้ประกอบธุรกิจมีการจัดทำฉลากสินค้าติดไว้ที่ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำสินค้าไปตรวจสอบว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าการขายสินค้ามีการจัดทำฉลากสินค้าไม่ถูกต้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง เชื่อได้ว่าเกิดจากกลุ่มมิจฉาชีพนำสินค้ามาหลอกลวงขายให้ร้านค้า
ต่าง ๆ เพื่อนำมาขายต่อให้ผู้บริโภคนำไปถวายให้พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ สคบ. ประสานงานร่วมกับ บก.ปคบ. เพื่อขยายผลหาแหล่งที่ผลิตสินค้าดังกล่าวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนั้น สคบ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการเลือกในการซื้อหาชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมถวายพระภิกษุสงฆ์ และรณรงค์ให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งชุดสังฆทานที่วางจำหน่ายตามร้านค้าจะมีลักษณะเป็นชุดสำเร็จรูปมากมายหลายขนาดโดยมีราคาแตกต่างกันไป ผู้บริโภคจะต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะอาจมีผู้ประกอบธุรกิจบางรายฉวยโอกาสนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ และมีปริมาณไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในฉลากมาบรรจุในชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมมาขายให้แก่ผู้บริโภค ตามที่คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่
23 (พ.ศ. 2550) เรื่อง ให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ได้มีประกาศให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งจะต้องระบุรายละเอียดของสินค้า คือ ประเภท ขนาด มิติ ปริมาณ ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน และราคาของสินค้าแต่ละรายการ ราคารวมชุดจัดบรรจุที่ระบุหน่วยเป็นบาท รวมถึงชื่อ สถานที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรม วันเดือนปีที่หมดอายุ วันเดือนปีที่บรรจุ และกรณีที่ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมใดที่มีการนำสินค้าที่อาจทำปฏิกิริยากันจนทำให้มีสี กลิ่น หรือรสที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเป็นอันตราย เช่น ใบชา ข้าวสาร สบู่ และผงซักฟอก ให้ระบุคำเตือนไว้ในฉลากดังกล่าว หากผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าที่มีประกาศควบคุมฉลาก โดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลากแต่ฉลากนั้นไม่ถูกต้อง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ทั้งนี้ สคบ. ขอแนะนำผู้บริโภคในการเลือกซื้อชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม ควรตรวจดูฉลาก สังเกตวันหมดอายุ สิ่งของที่บรรจุไม่ควรใส่อาหารหรือยาปนกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หีบห่อต้องสะอาดไม่ฉีกขาด เพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อพระภิกษุสงฆ์ หากผู้ใดพบเห็นการขายสินค้าชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดสามารถแจ้ง สคบ. ได้ที่ สายด่วน 1166  www.ocpb.go.th และในส่วนของต่างจังหวัดสามารถแจ้งได้ที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกจังหวัด