สคบ. แจง ห้ามใช้ข้อความโฆษณา “รางวัลที่ ๑ อยู่ที่กองสลากพลัสทุกงวด”

4 เม.ย. 2566

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๖ กรณีมีบุคคลให้สัมภาษณ์ว่าข้อความโฆษณา "รางวัลที่ ๑ อยู่ที่กองสลากพลัสทุกงวด” เป็นคำโฆษณาที่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรางวัลที่ ๑ อยู่ที่กองสลากพลัสทุกงวดเป็นเรื่องจริง นั้น

 

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคขอชี้แจงว่า ข้อความที่ใช้ในการสัมภาษณ์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง สคบ. ไม่ได้รับรองคำโฆษณาดังกล่าว แต่เป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ตรวจสอบข้อความโฆษณา และคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาได้พิจารณาข้อความโฆษณา "รางวัลที่ ๑ อยู่ที่กองสลากพลัสทุกงวด” ของบริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด
แล้วเห็นว่า เป็นการโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง (๑) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ถือเป็นการใช้ข้อความชักชวนหรือมอมเมาเยาวชนซึ่งมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี เข้าซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทฯ อีกทั้งยังพบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นการใช้ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรืออ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง (๓) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังนั้น คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา จึงออกคำสั่ง
ห้ามบริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด ใช้ข้อความ "รางวัลที่ ๑ อยู่ที่กองสลากพลัสทุกงวด” หรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายในลักษณะทำนองเดียวกันในการโฆษณาครั้งต่อไปในทุกสื่อโฆษณา

 

ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา จะมีความผิดตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นอกจากนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้กำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ใช้ข้อความโฆษณาอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ไว้ในมาตรา ๔๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีการใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ มีการกำหนดโทษไว้ตามมาตรา ๔๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ