เคาะแล้ว มติ คคบ. ครั้งที่ 2/2566

27 ก.พ. 2566

วันจันทร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(นายอนุชา  นาคาศัย) ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (
คคบ.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ ณ ห้องประชุม ๓๐๑ ตึกบัญชาการ  ทำเนียบรัฐบาล  กรุงเทพมหานคร

                   จากการประชุม ได้มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน ๑ เรื่อง  (จ้างเหมาตกแต่งภายใน)  และดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน ๙ เรื่อง (สมัครเข้าร่วมโครงการ Work and travel Summer 2022 ซื้อคอร์สบริการเสริมความงาม ซื้อบัตร Gift Card พร้อมสมัครสมาชิก ซื้อคอร์สต่อยมวย ว่าจ้างพนักงานดูแลผู้ป่วย ทำสัญญาจองซื้อรถยนต์ สั่งซื้อผ้าม่านพร้อมติดตั้ง  นำรถยนต์
เข้าซ่อม
แต่ไม่เสร็จ ซื้อแพ็กเกจทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ) รายละเอียด ดังนี้

                   ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน ๑ เรื่อง

๑.        กรณีผู้บริโภคได้ว่าจ้างเหมางานตกแต่งภายใน กับบริษัทแห่งหนึ่ง ในราคา ๑,๐๖๐,๐๐๐ บาท  โดยชำระเงินมัดจำ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และเงินค่างวดงาน จำนวน ๙๖๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินที่ชำระไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน ๑,๐๖๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาว่าจ้าง ต่อมาปรากฏว่าผู้รับจ้างทิ้งงานและปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัทพร้อมด้วยกรรมการบริษัทฯ ได้กระทำให้เกิดความเสียหายกับผู้บริโภคอีกจำนวนหลายราย เป็นการกระทำที่เจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ได้รับความเสียหายหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบการ เพื่อบังคับให้คืนเงิน ,๐๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและรับค่าเสียหายเชิงลงโทษด้วย

 

                   ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการ รวมจำนวน ๙ เรื่อง

๑.        กรณีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งแจ้งว่า ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ Work and travel Summer 2022 ประเทศสหรัฐอเมริกากับบริษัทแห่งหนึ่ง และได้ชำระเงินให้แล้ว ปรากฏว่าบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามสัญญา คือ ไม่บันทึกรายชื่อของผู้บริโภคในกลุ่มที่ได้งานแล้ว  มีการดำเนินการขอเอกสารหรือแก้ไขเอกสารล่าช้า
ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ทันตามกำหนดเวลาที่นายจ้างประเทศสหรัฐอเมริกาได้แจ้งไว้  และไม่สามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ จึงมีความประสงค์ยกเลิกสัญญาและขอคืนเงินที่ชำระไปแล้วทั้งหมดคืน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบการ
เพื่อบังคับให้คืนหรือชดใช้เงินให้แก่พวกผู้บริโภค จำนวน ๓๘ ราย
พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนาม
จ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร

๒. กรณี...

๒.        กรณีผู้บริโภคได้ซื้อคอร์สบริการเสริมความงามกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์
ใช้บริการที่สาขายูเนี่ยนมอลล์ ในราคา ๑๙๓
,๐๐๐ บาท ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๓ บริษัทฯ ได้ปิดกิจการสาขาดังกล่าว และผู้บริโภคไม่มีความประสงค์ที่จะใช้บริการที่สาขาอื่น จึงขอยกเลิกสัญญาและขอให้คืนเงิน
ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ  ต่อมาบริษัทฯ ได้ชี้แจงว่ามีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเช่าพื้นที่ประกอบธุรกิจระหว่างบริษัทฯ และผู้ให้เช่า ทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่เช่าดังกล่าวเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปได้  โดยผู้บริโภคได้ทำการกรอกแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ขอคืนเงินตามเงื่อนไขวิธีปฏิบัติ  แต่ปัจจุบันบริษัทฯ ยังไม่ได้คืนเงิน
ให้แต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่าบริษัทฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญาและละเมิดสิทธิผู้บริโภค
 มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่ง
แก่ผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน
๑๔๓,๙๒๑ บาท  พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๓.       กรณีผู้บริโภคได้ซื้อบัตร Gift Card เพื่อสมัครสมาชิกและรับแก้วสมนาคุณ รวมถึง
เติมเงินเพื่อเปิดใช้งานบัตร รวมเป็นเงินจำนวน ๓
,๑๕๐ บาท จากร้านน้ำชงของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้บริโภคได้ใช้เงิน
ในบัตรไปแล้วจำนวน ๒ ครั้ง คงเหลือเงินในบัตรจำนวน ๒,๘๗๐ บาท ต่อมาปรากฏว่าบัตรหมดอายุและบริษัทฯ
ไม่มีนโยบายในการคืนเงินในบัตรแต่อย่างใด จึงมีความประสงค์ให้บริษัทฯ คืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ จากการพิจารณาเห็นว่า สัญญาดังกล่าวได้กำหนดเงื่อนไขไว้หลังบัตร "บัตรนี้มีอายุการใช้งาน ๑ ปี นับจาก
การเติมเงินครั้งล่าสุด” แต่ไม่ระบุว่า เมื่อบัตรดังกล่าวหมดอายุ บริษัทฯ จะมีสิทธิดำเนินการใด ๆ หรือริบเงินในบัตรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้บริโภค จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่บริษัทฯ นำส่งพบข้อมูลว่า "
Date : 03/4/2022 Trans type : Expire แต่ไม่ได้มีข้อตกลงหรือข้อสัญญาประการใดที่ระบุให้สิทธิแก่บริษัทฯ กรณี
ที่บัตรดังกล่าวหมดอายุ บริษัทฯ จะมีสิทธิดำเนินการใด ๆ หรือริบเงินในบัตร  เมื่อบริษัทฯ อ้างเหตุดังกล่าว
เพื่อยืนยันว่าบัตรหมดอายุและริบเงินในบัตรจึงถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค จำนวน ๒
,๘๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๔.        กรณีผู้บริโภคได้ซื้อคอร์สต่อยมวยกับบริษัทแห่งหนึ่งในราคา ๓๖,๐๐๐ บาท  ใช้บริการได้
๗๗ ครั้ง แต่ผู้บริโภคใช้บริการไปแล้ว ๑๐ ครั้ง ต่อมาบริษัทฯ ปิดกิจการสาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ จึงมีความประสงค์ขอคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ จำนวน ๓๑
,๓๒๕ บาท การที่บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค 
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค จำนวน ๓๑,๓๒๕ พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๕.        กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาว่าจ้างพนักงานดูแลผู้ป่วยกับห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง
โดยชำระเงินเข้าบัญชีธนาคาร ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่ามัดจำล่วงหน้า ๑๗,๐๐๐ บาท และค่าบริการ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งพนักงานคนแรกได้ปฏิบัติงานเพียงวันเดียวแล้วขอลาออก  ห้างหุ้นส่วนฯ จึงจัดส่งพนักงาน
คนที่ ๒ และอ้างว่ามีประสบการณ์การดูแลผู้ป่วย ๕ ปี มาทำแทน แต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ผู้บริโภค
แจ้งให้จัดส่งพนักงานคนใหม่มาปฏิบัติงาน แต่ถูกเพิกเฉย จึงมีความประสงค์ขอยกเลิกสัญญาฯ และขอเงินคืน และขอความเป็นธรรม อีกทั้งปรากฏว่ามีผู้บริโภครายอื่นได้ร้องเรียนห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว  ไว้ต่อ สคบ.



                                                                                      ในลักษณะ

 

ในลักษณะเช่นเดียวกัน จึงเป็นพฤติการณ์ที่มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจ เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่หุ้นส่วนจำกัดและหุ้นส่วนผู้จัดการ เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายและเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร

๖.        กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจองซื้อรถยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น HR-V กับบริษัทแห่งหนึ่ง
ในราคา ๑
,๐๘๔,๐๐๐ บาท ชำระเงินมัดจำ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท โดยสัญญาจองระบุระยะเวลาที่คาดว่า
จะส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๕ ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕ บริษัทฯ แจ้งเลื่อนวัน
ส่งมอบรถยนต์เป็นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ โดยไม่กำหนดวันส่งมอบที่ชัดเจน ผู้บริโภคจึงขอยกเลิกสัญญาจองและขอเงินมัดจำคืน แต่ได้รับการปฏิเสธ และการที่บริษัทฯ ไม่คืนเงินจองรถยนต์ให้จึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๑๐
,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

๗.        กรณีผู้บริโภคได้สั่งซื้อผ้าม่านพร้อมติดตั้งกับร้านแห่งหนึ่ง จำนวน ๒ ชุด โดยชำระเงินมัดจำด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีร้าน รวมทั้งสิ้น ๑๘,๗๐๐ บาท แต่ร้านไม่ดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ตกลงกัน จึงมีความประสงค์ขอเงินมัดจำผ้าม่านคืน แต่ไม่สามารถติดต่อร้านได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิผู้บริโภค มีเจตนาเอาเปรียบ  ไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายโดยไม่นำพาต่อความเสียหาย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่ร้านติดตั้งผ้าม่าน เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๑๘,๗๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย  และเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร

๘.        กรณีผู้บริโภคได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง ตกลงค่าซ่อม จำนวน ๔๕,๐๐๐ บาท ชำระราคาล่วงหน้า จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท  กำหนดดำเนินการซ่อม ๑๐ วัน ต่อมารถยนต์ซ่อมไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถติดต่ออู่ซ่อมรถยนต์ได้ ผู้บริโภคจึงบอกเลิกสัญญาและนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่แห่งอื่น จากการพิจารณาแล้วเห็นว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกันได้  โดยอู่ซ่อมรถยนต์
ตกลงคืนเงินให้กับผู้บริโภค จำนวน ๙๑
,๐๐๐ บาท ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ทั้งหมด ๕ เดือน ต่อมาอู่ฯ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว จึงเป็นการกระทำผิดสัญญาอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
มติที่ประชุม
ดำเนินคดีแพ่งแก่อู่ซ่อมรถยนต์ เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๙๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย 

๙.        กรณีผู้บริโภคได้ซื้อแพ็กเกจทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์
กับบริษัทแห่งหนึ่ง จำนวน ๓ ครั้ง ในราคา ๙๙๙ บาท ซึ่งบริษัทฯ ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเพียง
ครั้งที่ ๑ และไม่สามารถติดต่อได้ และผู้บริโภคได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์แจ้งปฏิเสธการให้บริการและแจ้งว่าจะโอนเงินคืนให้ภายใน ๑ เดือน นับจากวันที่ส่งเลขบัญชี  แต่ปัจจุบันบริษัทฯ ยังไม่คืนเงินให้และ
                                                                                                         

                                                                                                           ไม่สามารถ

ไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความเป็นธรรม  จากการกระทำของบริษัทฯ จึงเป็นการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอันเป็นพฤติการณ์ที่มีเจตนาเอาเปรียบหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย  มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทฯ เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน ๖๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย  และเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้น
จากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนด
ตามที่เห็นสมควร

 

                         ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ ได้มีการดำเนิน
คดีแพ่งแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมจำนวน ๑๐ ราย โดยบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค
เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น ๑,๓๗๘,๔๘๒ บาท (หนึ่งล้านสามแสนเจ็ดหมื่นแปดพันสี่ร้อยแปดสิบสองบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย รวมถึงผู้มีอำนาจลงนามจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้น
จากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควร และชดใช้เงินให้แก่ผู้บริโภค จำนวน ๓๘ ราย
ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ
Work and travel Summer 2022 ประเทศสหรัฐอเมริกา