สคบ. สร้างพลังการคุ้มครองผู้บริโภคนำท้องถิ่น..สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

28 พ.ค. 2555

สคบ. สร้างพลังการคุ้มครองผู้บริโภค นำท้องถิ่น..สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
 
     วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี จัดโครงการซักซ้อมความเข้าใจและระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่น ณ โรงแรมสองพันบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับ และนายนิโรธ เจริญประกอบเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในพิธีเปิดงาน
 
     รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีการสนับสนุนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) สคบ. จึงได้จัดตั้งสำนักประสานและส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่นขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคให้กับจังหวัดและท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อรวบรวมปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ และนำมาพิจารณาหาทางแก้ไขและจัดทำแผนงานแนวทางปฏิบัติคุ้มครองผู้บริโภคทั้งในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นต่อไป โดยได้จัดทำโครงการ "ซักซ้อมความเข้าใจและระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่น” ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ ๒๙ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีรายละเอียดของกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ดังนี้
 
     ๑. วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๙.๓๐ น. การอภิปราย เรื่อง นโยบายและทิศทางการดำเนินงานการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นและกิจกรรม workshop เรื่อง กระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่น
 
     ๒. วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๐๐ น. การอภิปราย เรื่อง ท้องถิ่นกับการคุ้มครองผู้บริโภคสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการประชุมรับฟังความคิดเห็นและจัดทำแผนปฏิบัติงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่น ทั้งนี้ ผลจากการจัดประชุมสัมมนาโครงการดังกล่าว จะทำให้ สคบ. สามารถจัดทำแผนการปรับปรุงและขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักประสานและส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของจังหวัดและท้องถิ่นได้รับความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นำไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับท้องถิ่นต่อไป