ก้าวที่สำคัญของ สคบ. กับการจัดการธุรกิจขายตรงกับการรณรงค์มอบตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค

6 ก.ค. 2555

     วันพฤหัสบดีที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในการประชุมสัมมนา "ให้ความรู้กับผู้ประกอบธุรกิจ และรณรงค์การขอรับตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค ของธุรกิจขายตรง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕” ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร
 
     "ธุรกิจขายตรง” เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงและรวดเร็วที่สุดประเภทหนึ่ง มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลายในวงกว้างในเกือบทุกกลุ่มสังคมและอาชีพ สคบ. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจนี้โดยตรง ด้วย พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.๒๕๔๕ มีการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการและดูแลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและเท่าทันกลวิธีของผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้ที่มีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะ
 
     และในวันนี้ นับเป็นพัฒนาการที่สำคัญอีกครั้ง โดย สคบ.ได้จัดทำ "ตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค” เพื่อมอบให้กับผู้ประกอบธุรกิจที่มีคุณภาพมาตรฐาน ตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่ สคบ.กำหนด "ตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค” นี้ จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการโดยนำระบบประกันภัยมาสนับสนุนกระบวนการเยียวยาให้แก่ผู้บริโภค หากไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือได้รับความเสียหายจากสินค้าหรือบริการ โดยไม่ต้องเสียเวลาในกระบวนการพิจารณารวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์และคุณสมบัติดังกล่าวและได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แล้วยังจะมีการติดตาม สอดส่องดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อคงคุณภาพและมาตรฐานของตราสัญลักษณ์ไว้
 
     โดยในช่วงแรกนี้ จะมีธุรกิจสินค้าและบริการนำร่อง ๔ ประเภท ที่จะเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธุรกิจบริการอู่ซ่อมรถยนต์ ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว ธุรกิจทองรูปพรรณ และธุรกิจขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สายด่วน สคบ. ๑๑๖๖ หรือ http://www.ocpb.go.th/