สคบ. เตือนผู้ประกอบธุรกิจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ฉลากต้องครบ ถูกต้อง ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

1 ก.ย. 2569

          น้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนใช้บริการเป็นประจำ แต่เบื้องหลังความสะดวกเพียงไม่กี่บาท สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรถูกมองข้ามคือ “ข้อมูลหน้าตู้” โดยเฉพาะฉลากที่บอกประเภทสินค้า ข้อแนะนำในการใช้ และวัน เดือน ปีที่เปลี่ยนไส้กรอง เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงรายละเอียดประกอบการใช้บริการ แต่เป็นข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลเพียงพอก่อนตัดสินใจใช้บริการ

 

          โดยตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 31 (พ.ศ. 2553) เรื่อง ให้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งกำหนดให้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติต้องแสดงฉลากไว้บริเวณด้านหน้าตู้ ในลักษณะที่สามารถเห็นและอ่านได้อย่างชัดเจนโดยต้องมีข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อประเภทสินค้า ข้อแนะนำในการใช้ วัน เดือน ปีที่เปลี่ยนไส้กรอง และคำเตือนว่า “ระวังอันตราย หากไม่ตรวจสอบวัน เดือน ปีที่เปลี่ยนไส้กรอง” ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องให้ความสำคัญและตรวจสอบให้ถูกต้องอยู่เสมอ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจไม่ควรมองว่า “ฉลาก” เป็นเพียงป้ายหน้าตู้ แต่ควรมองว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะข้อมูลวัน เดือน ปีที่เปลี่ยนไส้กรอง ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและตัดสินใจใช้บริการได้อย่างเหมาะสม ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน และดูแลให้ฉลากอยู่ในสภาพที่อ่านได้อย่างชัดเจนตลอดเวลา

 

          สคบ. ขอฝากถึงผู้ประกอบธุรกิจว่า “อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้” ขอให้เร่งสำรวจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติทุกตู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากพบว่าฉลากไม่มีข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดแสดงข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน หรืออยู่ในสภาพที่ผู้บริโภคไม่สามารถมองเห็นและอ่านข้อมูลได้โดยง่าย
ขอให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว เพราะการแสดงฉลากอย่างถูกต้องไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ หากพบการฝ่าฝืนกฎหมาย สคบ. จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

 

          สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากดังกล่าว ไม่ถูกต้อง จะมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกรณีผู้ขายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ