สคบ. ร่วมรายการ "จับประเด็นเป็นข่าว" ในประเด็น : ทำ​ความรู้​จัก​สินค้าต้องห้าม​ สินค้าต้องระวัง

22 ก.ค. 2569

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.20 น. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้ นายนิรุตต์ ศรีไกรวิน ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ กองคุ้มครองผู้บริโภค 2 (สคบ.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการวิทยุ “รายการจับประเด็นเป็นข่าว” FM 92.5 MHz / AM 891 KHz สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในประเด็น : ทำ​ความรู้​จัก​ สินค้าต้องห้าม​ สินค้าต้องระวัง

โดยในรายการพูดถึงสินค้าต้องห้าม คือสินค้าที่กฎหมายห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ส่วนสินค้าต้องระวัง คือสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้ แต่ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และต้องมีข้อมูลหรือคำเตือนที่ชัดเจน เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งาน สำหรับของเล่นสกุชชี่ แม้จะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม แต่หากผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีสารเคมีหรือส่วนประกอบที่เป็นอันตราย รวมถึงชิ้นส่วนที่หลุดออกมาได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ดังนั้น ผู้บริโภคควรเลือกซื้อสินค้าที่มีฉลากภาษาไทย ระบุชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า แหล่งที่มา วิธีใช้ คำเตือน และข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของ สคบ. พบว่ามีสินค้าสกุชชี่บางส่วนวางจำหน่ายโดยไม่มีฉลากหรือมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค การจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีฉลาก หรือมีฉลากไม่ถูกต้อง อาจเข้าข่ายกระทำความผิดและมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนอย่างเหมาะสมส่วนกรณีราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นตามกระแสความนิยม สคบ. ขอให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ และผู้ประกอบการต้องแสดงราคาอย่างชัดเจน ไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม หรือมีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถร้องเรียนต่อ สคบ. ได้

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบสินค้าสกุชชี่หรือของเล่นที่สงสัยว่าไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีฉลาก หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสต่อ สคบ. ผ่านช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ของสำนักงานฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สคบ. ขอให้ผู้บริโภคยึดหลัก “ซื้อสินค้าที่มีฉลาก อ่านข้อมูลและคำเตือน ตรวจสอบแหล่งที่มา และเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ” เพื่อความปลอดภัยและสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค