สคบ. ผนึก 6 หน่วยงาน เร่งสกัดแอปสินเชื่อแอบอ้างรัฐ เดินหน้าปิดกั้นแอปผิดกฎหมาย ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากภัยการเงินออนไลน์

10 มิ.ย. 2569

ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การหลอกลวงออนไลน์ และการคุ้มครองประชาชนจากภัยทางการเงินดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดช่องโหว่การกระทำความผิดและยกระดับความปลอดภัยในโลกออนไลน์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามแอปพลิเคชันที่แอบอ้างหน่วยงานของรัฐและหลอกลวงประชาชน

​การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ สคบ. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาแอปพลิเคชันสินเชื่อทางการเงินที่แอบอ้างหน่วยงานภาครัฐและหลอกลวงประชาชน อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยมีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับ ติดตาม และประสานการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

​​ในการนี้ เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบูรณาการการดำเนินงานกรณีแอปพลิเคชันสินเชื่อทางการเงินที่มีการกล่าวอ้างการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดผ่านแอปพลิเคชันและช่องทางออนไลน์ ตลอดจนยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากภัยทางการเงินในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

​​ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานแบบบูรณาการ โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และติดตามแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ที่กระทำผิดกฎหมายหรือหลอกลวงประชาชน พร้อมเร่งดำเนินการระงับการเข้าถึง (Take Down) และปิดกั้นช่องทางออนไลน์ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชน ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริง การสืบสวนติดตาม และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะกรณีการแอบอ้างหน่วยงานของรัฐหรือการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัล

​​ทั้งนี้ สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ คุ้มครองประชาชนจากภัยทางการเงินดิจิทัล และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ของประชาชน