สคบ. – สภาผู้บริโภค ผนึกพลังรัฐ-ประชาชน “ยกระดับมาตรฐานห้องเช่า ดันความโปร่งใสทั้งระบบ”

26 มี.ค. 2569

                    สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินหน้าขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภค
ด้านที่อยู่อาศัยอย่างเข้มข้น ผนึกกำลังภาคประชาชน โดยเฉพาะสภาผู้บริโภคและเครือข่ายนักศึกษา
ร่วมยกระดับมาตรฐานการเช่าห้องพักและอพาร์ตเมนต์ทั่วประเทศ มุ่งสร้างระบบที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม จากการเข้าร่วมรายการ “สภาผู้บริโภค LIVE #พูดเพื่อผู้บริโภค” สะท้อนให้
เห็นว่า ปัญหาห้องเช่ายังคงเป็นประเด็นใกล้ตัวที่กระทบประชาชนจำนวนมาก โดย สคบ. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 ถึงปัจจุบัน มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับห้องเช่าและอพาร์ตเมนต์จำนวน 959 เรื่อง ยุติได้แล้ว 700 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 259 เรื่อง ซึ่งปัญหาหลักยังคงเป็นการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเกินจริง รวมถึงการไม่ได้รับคืนเงินประกัน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า “กฎหมายไม่ได้สร้างปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การปรับวิธีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนที่ใช้วิธี
‘ย้ายส่วนเกินที่เรียกเก็บ’ จากค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ไปอยู่ในค่าเช่าหรือค่าบริการอื่นแทน ซึ่งไม่ใช่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง เราจึงต้องทำให้โครงสร้างราคาโปร่งใส เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นต้นทุนที่แท้จริง และตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรม”
สคบ. ได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 โดยกำหนดสาระสำคัญ อาทิ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาต้องเรียกเก็บ
ตามจริงไม่เกินกว่าที่หน่วยงานผู้ให้บริการเรียกเก็บ การจัดทำสัญญามาตรฐาน และการห้ามใช้ข้อสัญญาที่
ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

ในการแก้ไขปัญหา สคบ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการไฟฟ้า
การประปา สมาคมผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่า ตลอดจนภาคประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายที่เป็นธรรม พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง กล่าวถึงแนวทางการจัดทำ “White List” ห้องเช่าที่มีจริยธรรมเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างข้อมูล
ให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้ตลาดปรับตัว

นายรณรงค์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ใช่หน้าที่ของรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างระบบ
การเช่าที่อยู่อาศัยที่เป็นธรรม โปร่งใส และยั่งยืน”

ทั้งนี้ สคบ. ยืนยันจะเดินหน้ามาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความโปร่งใสด้านราคา การกำกับดูแลสัญญาเช่าอย่างเข้มงวด และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว