สคบ. จุดประกาย “เครือข่ายนวัตกรรมคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติ”

5 มี.ค. 2569

ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การซื้อขายเกิดขึ้นเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นอย่างเงียบงัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินหน้าสร้างกลไกใหม่ระดับประเทศ เปิดเวที “โครงการสานพลังเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค กิจกรรมวิชาการสร้างสรรค์นวัตกรรม

การคุ้มครองผู้บริโภคระดับประเทศ” รวมพลังทุกภาคส่วนร่วมออกแบบระบบคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ทันโลก ทันเกมการค้า และทันกลไกดิจิทัล

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องดอนเมือง 1–2 โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดงาน พร้อมสะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศว่า วันนี้โลกการค้าไม่มีพรมแดน สินค้าและบริการหลั่งไหลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างไร้ขีดจำกัด ความสะดวกเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาก็ซับซ้อนขึ้น ทั้งกรณีสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สินค้าไม่ตรงปก การโฆษณาเกินจริง การปกปิดตัวตนผู้ขาย การไม่มีสถานประกอบการในประเทศ ไปจนถึงการใช้ช่องว่าง

ของกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเสียเปรียบ และบางครั้งไม่สามารถเข้าถึงการเยียวยาได้ทันท่วงที

นายรณรงค์ฯ ระบุชัดว่า การคุ้มครองผู้บริโภคยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจาก “การแก้ปัญหา

เมื่อเกิดเหตุ” ไปสู่ “การป้องกันเชิงระบบ” โดยสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้สิทธิของตนเอง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นรูปธรรม เวทีครั้งนี้จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมทางวิชาการ หากแต่เป็นการวางรากฐานความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรผู้บริโภค ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และ

ภาคประชาชน เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ ต่อยอดนวัตกรรม และออกแบบกลไกคุ้มครองผู้บริโภคที่ตอบโจทย์บริบทดิจิทัล

สคบ. เชื่อมั่นว่า พลังเครือข่ายในวันนี้จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างในวันข้างหน้า และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้เข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นธรรมในทุกมิติของเศรษฐกิจดิจิทัล “การคุ้มครองผู้บริโภคที่แท้จริง ต้องไม่รอให้ประชาชนเสียหายก่อน แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคมีภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นทาง และมั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดปัญหา สคบ. จะยืนอยู่ข้างผู้บริโภค” เลขาธิการ สคบ. กล่าว​​