คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจ 40 ราย กรณีละเมิดสิทธิผู้บริโภค มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท

17 ธ.ค. 2568

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. นายชาตรี สุวรรณิน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 6/2568 ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

                     การประชุมครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เปิดเผยสถิติการรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคทั่วประเทศ ประจำเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน 2568 รวมทั้งสิ้นกว่า 12,312 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สินค้าและบริการที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ รองลงมาเป็น ปัญหาการใช้สินค้าและบริการ การเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ และปัญหารถยนต์บกพร่อง ในขณะเดียวกัน สคบ. ได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบพฤติการณ์ผู้ประกอบธุรกิจทั้งส่วนกลางและภูมิภาค พร้อมเผยแพร่ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านสื่อประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งด้านการให้บริการประชาชน พบว่าผู้รับบริการผ่านช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์มีความพึงพอใจในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 98.6
ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของ สคบ. ในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม
และมีประสิทธิผล

                     ต่อมาคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจจำนวน 40 ราย ในข้อหาละเมิดสิทธิผู้บริโภคในคดีสำคัญหลายกรณี มีมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 11,549,444.92 บาท (กว่า 11 ล้านบาท) ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินค้าและบริการทั่วไป ดังนี้

การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 5 ราย

1. กรณีผิดสัญญาให้เช่าห้องพัก ผู้บริโภคทำสัญญาเช่าห้องพักและเช่าเฟอร์นิเจอร์
พร้อมวางเงินประกันรวม 80,000 บาท แต่เมื่อถึงวันย้ายเข้า บริษัทไม่สามารถให้เข้าอยู่อาศัยได้ ผู้บริโภค
ได้ย้ายออกจากที่พักเดิมแล้ว และได้วางเงินมัดจำให้บริษัทขนส่ง ทำให้เกิดความเสียหายจากการไม่สามารถเข้าอยู่ตามสัญญา มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินค่าเช่าส่วนต่างรวม 12 เดือน จำนวน 48,000 บาทและค่าฟิตเนส จำนวน 71,760 บาท รวมเป็นเงิน 119,760 บาท พร้อมดอกเบี้ย

2.  กรณีผิดสัญญาไม่เป็นไปตามที่โฆษณา ผู้บริโภคจำนวน 42 ราย ทำสัญญาจะซื้อ
จะขายห้องชุด โดยบริษัทโฆษณาว่าจะมีโรงแรม สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และที่จอดรถ หลังโอนกรรมสิทธิ์แล้ว บริษัทไม่ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่โฆษณาไว้ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหาย ค่าสระว่ายน้ำ จำนวน 2,419,515.11 บาท  ค่าห้องฟิตเนส จำนวน 1,497,526.61 บาท
พร้อมดอกเบี้ย

 

3. กรณีทำสัญญาซื้อขายที่ดินแล้วกู้ไม่ผ่าน ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และชำระเงินมัดจำ 250,000 บาท โดยบริษัทแจ้งว่าจะคืนเงินหากกู้ไม่ผ่าน
เมื่อไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ บริษัทไม่คืนเงินตามที่ตกลง มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

4. กรณีทำสัญญาเช่าที่พักอาศัย แต่ถูกแจ้งเตือนตัดน้ำ–ไฟ  ผู้บริโภคทำสัญญาเช่าที่พักอาศัยและชำระเงินให้ธุรการของบริษัทตามปกติ  ต่อมาบริษัทมีหนังสือแจ้งเตือนจะตัดน้ำประปาและไฟฟ้า ทำให้ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ตามปกติ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทและเจ้าหน้าที่ธุรการร่วมกันชดใช้เงิน 7,600 บาท พร้อมดอกเบี้ย

5. กรณีทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด แต่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด และชำระเงินไปแล้ว 4,723,510 บาท ความเดือดร้อนของผู้บริโภค บริษัทก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้บริโภคไม่สามารถรับโอนและประสงค์ขอคืนเงินทั้งหมด มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินจำนวน 4,723,510 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

 

การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน  35  ราย 

  1. กรณีซื้อคอร์สโยคะฟลายแล้วเกิดอาการบาดเจ็บ  ผู้บริโภคซื้อคอร์สโยคะฟลายจาก

สถานออกกำลังกาย เป็นเงิน 36,050 บาท  ภายหลังการใช้บริการเกิดอาการปวดฝ่าเท้าและข้อเข่าขวา แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเอ็นอักเสบบริเวณฝ่าเท้า ไม่สามารถใช้บริการต่อได้ แม้สถานประกอบการแจ้งว่าจะคืนเงินหากพบแพทย์แล้วไม่สามารถใช้บริการได้ แต่ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้  มติที่ประชุม  เพื่อบังคับให้สถานออกกำลังกายคืนเงิน 36,050 บาท พร้อมดอกเบี้ย

  1. กรณีจ้างจัดงานแต่งงานแต่ไม่ดำเนินการตามสัญญา ผู้บริโภคพบการโฆษณาบริการ

ตกแต่งสถานที่จัดงานแต่งงานผ่านแอปพลิเคชัน ราคา 80,000 บาท และวางเงินมัดจำ 20,000 บาท
ผู้ให้บริการไม่ดำเนินการตามสัญญา ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับบริการตามที่ตกลง มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่ง เพื่อบังคับให้คืนเงินมัดจำ 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อรายการนำเที่ยวแต่ไม่สามารถจัดการเดินทางได้  ผู้บริโภคจำนวน 2 รายซื้อรายการ

นำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และชำระเงิน 74,000 บาท บริษัทไม่สามารถจัดรายการนำเที่ยวได้ และไม่คืนเงินให้ผู้บริโภค มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 74,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อรายการนำเที่ยวหลายทริปแต่ไม่ได้รับบริการ ผู้บริโภคซื้อรายการนำเที่ยว

จำนวน 4 ทริป เป็นเงิน 159,997 บาท บริษัทไม่สามารถจัดการเดินทางได้ตามที่ตกลง ผู้บริโภคไม่ได้รับบริการ  มติที่ประชุม  ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 159,997 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อรายการนำเที่ยวกลุ่ม แต่คืนเงินไม่เป็นธรรม ผู้บริโภคจำนวน 16 ราย ซื้อรายการ

นำเที่ยว โดยบริษัทขอเลื่อนการเดินทางเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเป็นการเดินทางร่วมกับนักแสดงจำนวน 6 คน บริษัทคืนเงินให้ผู้บริโภคในจำนวนที่ไม่เป็นธรรม ผู้บริโภคประสงค์ขอคืนเงินทั้งหมด  มติที่ประชุม  ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินแก่ผู้ร้องทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ย
และเสนอศาลพิจารณากำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อรายการนำเที่ยว พบว่าไม่มีการจองจริง ผู้บริโภคซื้อรายการนำเที่ยวและ

ชำระเงินมัดจำ 40,305 บาท  เมื่อตรวจสอบกับโรงแรมที่ระบุไว้ พบว่าไม่มีการจอง และโรงแรมได้ขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าว แต่บริษัทปฏิเสธการยกเลิกและไม่คืนเงิน มติที่ประชุม  ให้ดำเนินคดีแพ่ง
เพื่อบังคับให้คืนเงิน 40,305 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อบริการเสริมความงามและถูกเสนอให้ซื้อคอร์สเพิ่มเติม ผู้บริโภคซื้อบริการ

เสริมความงามและชำระเงินผ่านบัตรเครดิต จำนวน 25,000 บาท ต่อมาถูกเสนอให้ซื้อคอร์สเพิ่มเติม ราคา 60,000 บาท  ภายหลังผู้บริโภคประสงค์ขอเปลี่ยนบริการและขอคืนเงินจำนวน 35,000 บาท แต่บริษัท
ไม่สามารถคืนเงินให้ได้ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินจำนวน 60,000 บาท
พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อบริการเสริมความงาม แต่สถานประกอบการปิดกิจการ ผู้บริโภคซื้อบริการ

เสริมความงามกับสถานเสริมความงาม และยังมีสิทธิ์ใช้บริการคงเหลือ ความเดือดร้อนของผู้บริโภคภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ผู้บริโภคประสงค์ไปใช้บริการ แต่พบว่าสถานเสริมความงามปิดกิจการ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ จำนวน 15,466 บาท พร้อมดอกเบี้ย

  1. กรณีสมัครสมาชิกคลับ แต่ไม่สามารถใช้บริการได้ครบถ้วน  ผู้บริโภคสมัครเป็นสมาชิก

คลับกับบริษัทฯ และชำระเงินผ่านบัตรเครดิต จำนวน 190,000 บาท ความเดือดร้อนของผู้บริโภค
ไม่สามารถติดต่อจองห้องพักหรือใช้บริการตามสัญญาได้ครบถ้วน จึงประสงค์ขอคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้รับบริการ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 148,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย
และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีสมัครกิจกรรมวิ่ง แต่ผู้จัดไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ ผู้บริโภคจำนวน 10 ราย

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งกับห้างหุ้นส่วนแห่งหนึ่ง  ผู้จัดไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามสัญญา เป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการร่วมคืนเงินให้แก่ผู้ร้อง พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีสมัครแข่งขันแบดมินตัน แต่ไม่คืนเงินตามที่ตกลง ผู้บริโภคสมัครเข้าร่วมการ

แข่งขันแบดมินตัน และชำระค่าสมัคร 1,800 บาท ผู้จัดไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ และแม้จะแสดงเจตนายินยอมคืนเงิน แต่ไม่ดำเนินการคืนเงินตามกำหนด มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ร่วมคืนเงินให้แก่ผู้ร้อง พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีสมัครเข้าร่วมงานวิ่ง แต่ผู้จัดผิดสัญญา ผู้บริโภคสมัครเข้าร่วมงานวิ่ง ซึ่งจัดโดย

ห้างหุ้นส่วนแห่งหนึ่ง  และชำระค่าสมัคร 1,000 บาทความเดือดร้อนของผู้บริโภคต่อมาปรากฏข่าวการเทงานวิ่งของผู้จัดรายเดียวกัน ไม่สามารถติดต่อผู้จัดได้ ผู้บริโภคจึงไม่ได้รับบริการตามสัญญา มติที่ประชุม
ให้ดำเนินคดีแพ่ง เพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 1,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

 

 

  1. กรณีซื้อทัวร์ท่องเที่ยว แต่ไม่ได้รับการคืนเงิน ผู้บริโภคซื้อทัวร์ท่องเที่ยวกับบริษัทฯ

เป็นเงิน 62,997 บาท บริษัทแจ้งเลื่อนการเดินทางและรับปากคืนเงินเต็มจำนวนพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้คืนเงิน มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 67,452 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

  1. กรณีซื้อรถยนต์และได้รับผลกระทบจากการปิดศูนย์บริการ ผู้บริโภคซื้อรถยนต์จาก

บริษัทฯ แห่งหนึ่ง ต่อมาศูนย์บริการของบริษัทฯ ปิดตัวลง ทำให้ไม่สามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กระยะและใช้สิทธิตามสัญญารับประกันคุณภาพสินค้าได้ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่ง เพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินจำนวน 549,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

  1. กรณีซื้อรถยนต์แบบเช่าซื้อ แต่ศูนย์บริการปิดกิจการ ผู้บริโภคซื้อรถยนต์จากบริษัทฯ

และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคาร ภายหลังศูนย์บริการปิดตัวลง ส่งผลให้ไม่สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กระยะและใช้สิทธิการรับประกันตามสัญญาได้ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินจำนวน 549,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                    16. กรณีสั่งซื้อกระเป๋าเด็กทางออนไลน์แต่ไม่ได้รับสินค้า ผู้บริโภคสั่งซื้อกระเป๋าเด็ก
ผ่านเฟซบุ๊ก และชำระเงิน 19,525 บาท  แต่ไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่งซื้อ มีการทวงถามแต่ผู้ขายเพิกเฉย
มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 19,525 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     17. กรณีสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือ iPhone แต่ไม่ได้รับสินค้า ผู้บริโภคสั่งซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ iPhone ผ่านอินสตาแกรม กับห้างหุ้นส่วนจำกัด  มูลค่าสินค้า 48,900 บาท และค่าบริการ 1,400 บาท รวมเป็นเงิน 50,300 บาท ผู้ขายไม่ส่งมอบสินค้า มีการทวงถามแล้วแต่เพิกเฉย มติที่ประชุม  ให้ดำเนิน
คดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 50,300 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                    18. กรณีสมัครบริการเสริมความงาม แต่เปลี่ยนเงื่อนไขไม่เป็นไปตามข้อตกลง ผู้บริโภคสมัครใช้บริการเสริมความงามกับบริษัทฯ และใช้บริการต่อเนื่อง  ต่อมาสถานประกอบการย้ายที่ตั้ง
เปลี่ยนเจ้าของ และเปลี่ยนเงื่อนไขการให้บริการไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่ง
เพื่อบังคับให้คืนเงินจากวงเงินคงเหลือ จำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                     19. กรณีสั่งซื้อซิมการ์ดรายปีแล้วชำรุดก่อนกำหนด ผู้บริโภคสั่งซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์
รายปี ราคา 1,271 บาท ผ่าน E-Marketplace แบบเก็บเงินปลายทาง ความเดือดร้อนของผู้บริโภค
ใช้งานไม่ถึงหนึ่งเดือนซิมไม่สามารถใช้งานได้ และไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ มติที่ประชุม  ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 1,271 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     20. กรณีสั่งซื้อชุดผ้าไหมไม่ตรงตามที่โฆษณา ผู้บริโภคสั่งซื้อผ้าไหมจำนวน 2 ชุด ราคา 3,000 บาท ผ่านเฟซบุ๊ก แบบเก็บเงินปลายทาง ตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้  มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 3,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

 

 

                    21. กรณีสั่งซื้อโทรศัพท์ iPhone แต่ใช้งานไม่ได้  ผู้บริโภคสั่งซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ iPhone ผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 15,100 บาท และชำระเงินครบถ้วน หลังได้รับสินค้าไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ขายเสนอคืนเงินเพียงบางส่วน ผู้บริโภคประสงค์ขอคืนเงินเต็มจำนวน มติที่ประชุม  ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 15,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     22. กรณีสั่งซื้อโซฟาปรับนอน ไม่ตรงตามที่สั่ง  ผู้บริโภคสั่งซื้อโซฟาปรับนอนมือสอง ราคา 5,200 บาท และชำระเงินครบถ้วนสินค้ามีคราบเปื้อนและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ตรงตามที่ตกลง ผู้ขายคืนเงินเพียงบางส่วน และบ่ายเบี่ยงการคืนส่วนที่เหลือ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินส่วนที่เหลือ 4,200 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                     23. กรณีสั่งซื้อโทรศัพท์ Vivo แต่ใช้งานไม่ได้ ผู้บริโภคสั่งซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อ Vivo
ผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 990 บาท แบบเก็บเงินปลายทาง  หลังได้รับสินค้าไม่สามารถใช้งานได้ ผู้บริโภคส่งคืนสินค้าแล้ว แต่ผู้ขายไม่คืนเงิน มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 990 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     24. กรณีบริษัทรับซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมแต่ไม่ชำระเงิน ผู้บริโภคนำกระเป๋า
เล่นได้แบรนด์เนม 3 ใบ รวมมูลค่า 140,000 บาท ให้บริษัทรับซื้อ บริษัทไม่ชำระเงิน และเสนอให้เปลี่ยนเป็นกระเป๋ามูลค่าเท่ากันโดยให้ผู้บริโภคชำระเงินเพิ่ม 30,000 บาท แต่ยังไม่ส่งมอบสินค้า มติที่ประชุม
ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินรวม 170,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     25. กรณีสั่งซื้อเสื้อผ้าไหมไม่ตรงตามที่โฆษณา ผู้บริโภคสั่งซื้อเสื้อผ้าไหมผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 799 บาท แบบเก็บเงินปลายทาง แต่สินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามที่ผู้ขายโฆษณา มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 799 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     26. กรณีถูกชักจูงให้สมัครคอร์สนวดหน้าราคาเกินจริง ผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงหน้า ราคา 3,000 บาท และถูกพนักงานชักจูงให้สมัครคอร์สนวดหน้า ราคา 200,000 บาท ภายหลังพบว่าราคาการให้บริการสูงเกินจริง ผู้บริโภคประสงค์ขอคืนเงิน มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                     27. กรณีสั่งซื้อรั้วและประตูตาข่าย เกิดความชำรุด ไม่แก้ไข ผู้บริโภคสั่งซื้อรั้วตาข่ายและประตูสวิงตาข่ายพร้อมติดตั้ง ราคา 90,000 บาท  สินค้าเกิดความชำรุด ผู้ขายไม่เข้ามาแก้ไข ทำให้ต้องว่าจ้างบุคคลอื่น มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหาย 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     28. กรณีสั่งซื้อชุดโต๊ะและเก้าอี้ไม่ตรงตามที่สั่ง  ผู้บริโภคสั่งซื้อชุดโต๊ะและเก้าอี้
ผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 44,000 บาท แต่ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง และผู้ขายไม่จัดส่งสินค้าชุดใหม่ตามที่ตกลง มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหาย 37,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     29. กรณีสั่งซื้อโปรแกรมอัลกอริธึมไม่ตรงตามข้อตกลง ผู้บริโภคสั่งซื้อโปรแกรมอัลกอริธึมผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 1,990 บาท แต่โปรแกรมที่ได้รับไม่ตรงตามที่ตกลง มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่ง
เพื่อบังคับให้คืนเงิน 1,990 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                     30. กรณีสั่งซื้อสินค้าหลายรายการแต่ไม่ได้รับสินค้า ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 519.20 บาทแต่ผู้ขายไม่จัดส่งสินค้าให้ตามที่ตกลง มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 519.20 บาท พร้อมดอกเบี้ย

                     31. กรณีสั่งซื้อโต๊ะสแตนเลสใช้แล้วเกิดความชำรุด  ผู้บริโภคสั่งซื้อโต๊ะสแตนเลส
ผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 900 บาท เมื่อได้รับสินค้า พบว่ามีความชำรุดบกพร่องและไม่ตรงตามที่โฆษณา ผู้ขาย
บ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 900 บาท พร้อมดอกเบี้ย
และเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     32. กรณีสั่งซื้อดอกลำโพงรถยนต์ชำรุด  ผู้บริโภคสั่งซื้อดอกลำโพงรถยนต์ผ่านเฟซบุ๊ก จำนวน 2 ชุด รวมค่าขนส่งเป็นเงิน 2,785 บาท  แต่ได้รับสินค้ามีความชำรุด 1 ชุด ผู้ขายบ่ายเบี่ยงการเปลี่ยนสินค้า และไม่สามารถติดต่อได้ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินจำนวน 1,350 บาท
พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     33. กรณีสั่งซื้อโทรศัพท์ Huawei ไม่ตรงตามโฆษณา  ผู้บริโภคสั่งซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ Huawei ผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 1,350 บาท  หลังได้รับสินค้า พบว่าเป็นโทรศัพท์มือสองและไม่สามารถ
ใช้งานได้ ผู้ขายไม่สามารถติดต่อได้  มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 1,350 บาท
พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     34. กรณีสั่งซื้อเสื้อยืดไม่ตรงตามที่โฆษณา ผู้บริโภคสั่งซื้อเสื้อยืดผ่านเฟซบุ๊ก ราคา 470 บาท แบบเก็บเงินปลายทาง สินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามที่โฆษณา ผู้ขายเพิกเฉยต่อการติดต่อขอคืนเงิน
มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 470 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเสนอศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม

                     35. กรณีซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วคุณภาพลดลงจากการอัปเดตซอฟต์แวร์ ผู้บริโภคสั่งซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ราคา 31,999 บาท ภายหลังการใช้งานและการอัปเดตซอฟต์แวร์ ส่งผลให้คุณภาพการถ่ายภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เป็นไปตามคุณภาพที่ควรได้รับ มติที่ประชุม ให้ดำเนินคดีแพ่ง
เพื่อบังคับให้ร่วมคืนเงินจำนวน 31,999 บาท พร้อมดอกเบี้ย

 

          จากการประชุม คคบ. ได้มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมทั้งสิ้น 40 ราย แบ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 5 ราย และธุรกิจสินค้าและบริการทั่วไป 35 ราย
เพื่อบังคับให้คืนเงินแก่ผู้บริโภคเป็นจำนวนเงินรวม 11,549,444.92 บาท (สิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่น
เก้าพันสี่ร้อยสี่สิบสี่บาทเก้าสิบสองสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอเรื่องต่อศาล
ให้พิจารณากำหนด ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ เพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงด้วย