สคบ. ปักธง QUICK BIG WIN ! “สันติ ปิยะทัต” ลั่นเห็นผลภายในสิ้นปี – เดินเกม 5 มาตรการใหญ่ เปลี่ยนชีวิตผู้บริโภคไทยให้ดีขึ้นจริง

21 ต.ค. 2568

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ในรายการ “NBT มีคำตอบ” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ออกมาเปิดเผยถึงนโยบาย “QUICK BIG WIN” ซึ่งเป็นนโยบายเร่งรัดสำคัญที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(นายสันติ ปิยะทัต) เพื่อมุ่งสร้าง “ชัยชนะที่จับต้องได้” ให้กับผู้บริโภคไทยภายในสิ้นปีนี้ นายรณรงค์ฯ กล่าวว่า “สคบ. พร้อมเดินหน้าทันทีใน 5 ประเด็นหลัก เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นผลจริง รู้สึกได้จริง และมั่นใจได้ว่ารัฐบาล
อยู่เคียงข้างพวกเขา” โดยมีรายละเอียดของนโยบายสำคัญ ดังนี้

1. ลดค่าครองชีพเพื่อความเป็นธรรมของผู้มีรายได้น้อย

    สคบ. จะดำเนินการผลักดันมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค สำหรับประชาชนที่ต้องเช่าที่พักอาศัย โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้เป็นธรรม ไม่ให้ผู้บริโภค
ต้องจ่ายแพงเกินจริงเพื่อให้ “ทุกคนอยู่ดี กินดี” อย่างแท้จริง

                     2. สังคมไทยปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%

    นี่คือ หนึ่งในนโยบาย “BIG WIN” ที่สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล โดย สคบ. ร่วมกับ 23 หน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าทั้ง ป้องกัน, ปราบปราม, เฝ้าระวัง และแก้ไขกฎหมาย เพื่อทำให้ประเทศไทย “ปลอดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแท้จริง”

  • ป้องกัน : สร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา สื่อสารสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน
  • ปราบปราม : จับกุมผู้ครอบครอง จำหน่าย หรือลักลอบนำเข้าอย่างเด็ดขาด
  • เฝ้าระวัง : สกัดกั้นการจำหน่ายออนไลน์ร่วมกับหน่วยงานหลัก เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • แก้ไขกฎหมาย : ปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์เพื่อให้การบังคับใช้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นายรณรงค์ย้ำว่า “เราจะไม่ยอมให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นบาดแผลในอนาคตของเด็กไทย”

 

                     3. ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “เช่ารถสบายใจ ไม่มีโดนเอาเปรียบ”

    สคบ. ผลักดันมาตรการกำกับดูแลธุรกิจให้เช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อให้สัญญาเช่ามีความเป็นธรรมและโปร่งใส ลดข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจและนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างชาติ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยในฐานะ “เมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค”

 

 

4. อำนวยความสะดวกผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงพร้อมเปิด One Stop Service

   สคบ. เร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง เข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้อง พร้อมจับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงการจดทะเบียนและคำแนะนำทางกฎหมายได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว พร้อมผลักดันให้ทุกธุรกิจเข้าสู่ระบบที่ตรวจสอบได้อย่างแท้จริง ตลอดจน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
“ซื้อของมั่นใจ ใช้บริการอุ่นใจ”

 

5. คุ้มครองเต็มพิกัดในโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

    เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาสินค้าหรือบริการโดยไม่เป็นธรรม
พร้อมเปิด “ช่องทางด่วน” ให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อได้รับความเดือดร้อน เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันที

 

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “นโยบาย QUICK BIG WIN ไม่ใช่เพียงคำสัญญา
แต่คือภารกิจเพื่อให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า ผู้บริโภคไทยต้องได้รับความเป็นธรรม และเราจะไม่รอปีหน้าแต่จะ
เห็นผลภายในเดือนธันวาคมนี้แน่นอน”