โครงการประชาพิจารณ์ร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ...

18 ส.ค. 2568

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมพ.ศ 2568 เวลา 09.00 น ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น บางเขน กรุงเทพมหานคร เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์) มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 (นายเลิศศักดิ์ รักธรรม) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง)ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ....

ปัจจุบัน ธุรกิจเสริมความงามในประเทศไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถือว่ามีความเติบโตรวดเร็วมากที่สุดธุรกิจหนึ่ง เป็นธุรกิจที่มีผู้เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม จากเดิมที่เข้าใจกันว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเฉพาะสุภาพสตรี แต่ในปัจจุบันธุรกิจเสริมความงามมีความเกี่ยวข้องในทุกเพศทุกวัย จึงเป็นธุรกิจที่มีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากและเนื่องจากเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วนี่เองทำให้คุณภาพของการให้บริการมีแตกต่างกันไปและเป็นธุรกิจที่เกิดการละเมิดสิทธิและมีการร้องเรียนมายัง สคบ.เป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งในส่วนของการให้บริการที่ไม่ตรงกับโฆษณา การให้บริการที่ไม่มีคุณภาพจนมีอันตรายถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งการให้บริการที่ไม่ตรงกับข้อสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมและลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหา ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเลือกใช้บริการ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจ สคบ.จึงได้เตรียมออกกฎหมายเพื่อควบคุมธุรกิจให้บริการเสริมความงามเป็นการเฉพาะ โดยในวันนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจแพทย์ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาสังคม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อ (ร่าง)ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ. ... ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คือ นายธีรวัฒน์ จันทรสมบูรณ์ (อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการศึกษาและพิจารณาข้อสัญญาและรายการในหลักฐานการรับเงิน นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 นางสาวนิตยาภรณ์ วงศ์คำ ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุม นางสาวพิชชาไกรรัตน์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ และ นางสาวพนิดา เรียบสำเร็จ นับสืบสวนสอบสวนปฏิบัติการ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 220 คน