สคบ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) ประกาศ “ควบคุมสัญญาเช่ารถ” หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ

27 ก.ค. 2568

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินหน้าเชิงรุกเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง “ให้ธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ....”  ณ ห้องประชุมไฮเดรนเยีย 1 โรงแรมที.เค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์เกี่ยวข้อง ได้แสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อให้ (ร่าง) ประกาศฯ มีความครอบคลุม ชัดเจน เป็นธรรม และตอบโจทย์การคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างแท้จริง


นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า ในปัจจุบันการให้บริการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยว คนทำงาน และประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้ยานพาหนะแบบชั่วคราว แต่ด้วยความไม่ชัดเจน
ในเงื่อนไขสัญญา อาจทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยถูกเอาเปรียบโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น (ร่าง) ประกาศฯ ฉบับนี้จึงเสนอให้การประกอบกิจการให้เช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ “เพื่อการใช้งานส่วนบุคคล” (ไม่ใช่เพื่อธุรกิจหรือขนส่งเชิงพาณิชย์) เป็นธุรกิจที่ต้องควบคุมสัญญาตามกฎหมายภายใต้ (ร่าง) ประกาศฯ ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำ “สัญญามาตรฐาน” ซึ่งมีสาระสำคัญที่ปกป้องผู้บริโภค เช่น
• รายละเอียดของผู้ให้เช่าและผู้เช่า เช่น ชื่อ ที่อยู่ ช่องทางติดต่อ
• ข้อมูลของรถที่ให้เช่า เช่น ยี่ห้อ รุ่น สี เลขทะเบียน ระยะทาง อุปกรณ์ที่ติดตั้ง
• หน้าที่ของทั้งสองฝ่าย เช่น การทำประกันภัย ระยะเวลาคุ้มครอง ใบอนุญาตขับขี่
• เงื่อนไขการเช่า เช่น ระยะเวลาเช่า จุดรับคืนรถ วิธีชำระเงิน และจำนวนเงินประกัน (ถ้ามี)
• ข้อกำหนดเกี่ยวกับรถทดแทนกรณีรถชำรุด หรือเกิดอุบัติเหตุ
• เงื่อนไขการคิดค่าปรับหากส่งรถคืนล่าช้า
• หลักเกณฑ์ในการคืนเงินประกันความเสียหาย


สคบ. ยืนยันว่า (ร่าง) ประกาศฉบับนี้ไม่ได้มุ่งจำกัดเสรีภาพของผู้ประกอบธุรกิจ แต่ต้องการสร้าง “กติกากลาง” ที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับบริการอย่างปลอดภัย และมีสิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง ทั้งนี้ หากผู้บริโภคมีข้อสงสัยสามารถติดต่อขอคำปรึกษาหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. โทร. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect รวมถึงเว็บไซต์ www.ocpb.go.th