“สคบ.เตรียมเช็กบิลขนส่ง เอี่ยวขายบุหรี่ไฟฟ้า”อันตรายเตือนเยาวชนอย่าหลงผิด

21 ก.พ. 2568


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวทรงศิริ จุมพล รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำโดยนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.กคส. ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าภายหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครองว่ามีบุคคลแอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่ภาคเหนือ

ต่อมาในเวลา 15:00 น. นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.กคส. ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 18 นาย แบ่งกำลังเป็นสองชุดลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำปาง ตามที่มีการแจ้งเบาะแส ภายหลังเจ้าหน้าที่ สคบ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง พบว่ามีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจริง พนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้แสดงตนและดำเนินการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นของกลางประมาณ 1,800  ชิ้น มูลค่ากว่าล้านบาท ดำเนินคดีผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย 

จากการตรวจสอบข้อมูลลงพื้นที่ในครั้งนี้พบว่า มีการเปลี่ยนรูปแบบการขาย โดยจะไม่มีการเปิดขายหน้าร้านโดยตรงแต่จะมีการสร้างกลุ่มในแอปพลิเคชัน เมื่อมีการสั่งซื้อและชำระเงิน ผู้ขายจะเรียกพนักงานขนส่งผ่านแอปพลิเคชันรับขนส่งสินค้าเอกชนมารับสินค้าและนำไปส่งให้แก่ลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและเยาวชน เป็นที่สังเกตว่าพนักงานขนส่งจะทราบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สคบ. จึงฝากเตือนผู้ประกอบการขนส่งบางรายที่ทำในลักษณะนี้อาจเข้าข่ายเป็นความผิดร่วมกับผู้ขายได้และ สคบ. จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ประกอบธุรกิจขนส่ง ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งถือเป็นกลไกสำคัญให้สินค้าอันตรายเหล่านี้ไปสู่มือเด็กและเยาวชนจากตามข่าวที่ปรากฏว่าในจังหวัดบุรีรัมย์มีเด็กวัยประถมปอดหาย หลังสูบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณหนึ่งปี สคบ. จึงจำเป็นต้องทลายวงจรที่บ่อนทำลายสุขภาพประชาชนนี้ต่อไป ทั้งนี้ การขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า  ถือว่าเป็นความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 ลงวันที่ 8 ก.ค. 2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาลและเลขาธิการ สคบ. เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ท่านใดที่พบเห็นการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ท่านสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งสายด่วน สคบ. 1166 หรือ www.ocpb.go.th ได้