"สคบ. เข้มตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าปกป้องเด็กและเยาวชน"

28 ต.ค. 2566

สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีการลักลอบขายให้กับประชาชนโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพและต่อระบบทางเดินหายใจล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 สคบ.ได้รับการแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครองและประชาชนในพื้นที่เขตดอนเมืองและเขตหลักสี่ มีร้านเปิดขายบุหรี่ไฟฟ้าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีประชาชนรวมถึงเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมากได้เข้าไปซื้อหาบุหรี่ไฟฟ้าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่ง ที่ 9/2558 ห้ามขายหรือห้ามให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

 

นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ จึงสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ นำโดยนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการส่วนบังคับคดี ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ พร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่สคบ. รวม 7 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อเจ้าหน้าที่สคบ.เดินทางไปถึงร้านที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณถนนสรงประภา  แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. พบมีการเปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจริง พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและทำการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารวมประมาณ 1,200 ชิ้น  ในเวลาเดียวกันพนักงานเจ้าหน้าที่ของสคบ.อีกชุดหนึ่งได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่มีการลักลอบเปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าบริเวณถนนกำแพงเพชร 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่  พบมีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและทำการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารวมประมาณ 3,000 ชิ้น รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้าน บาทพร้อมดำเนินคดีกับผู้ขายตามกฎหมายต่อไป   ที่ผ่านมาการปราบปรามการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีความเข้มข้นมากขึ้น เห็นได้จากกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการบังคับใช้กฎหมายในหลายๆจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานปกครองได้มีการสั่งกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องคุ้มครองลูกหลานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงในสถานการศึกษาหลายๆแห่งมีการตื่นตัวกำหนดมาตรการดำเนินการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ตามมาตรการที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวทางไว้ และในเครือข่ายสาธารณสุขก็มีการเรียกร้องให้มีการดำเนินการกับบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยคงกฎหมายห้ามขายห้ามให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน สุดท้ายก็อยู่ที่ประชาชนผู้บริโภคต้องตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และคอยดูแลสอดส่องบุตรหลานไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสินค้าอันตรายนี้อย่างเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันการขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดพบเห็นการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ในทุกจังหวัด