สคบ. สร้างความเข้าใจ “ประกาศธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565”

1 ก.พ. 2566

สคบ. สร้างความเข้าใจ

"ประกาศธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565”

 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.00 น. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จัดแถลงข่าวการออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 โดย นายอุฬาร  จิ๋วเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะรองโฆษก สคบ. ได้ชี้แจงสาระสำคัญของประกาศดังกล่าวต่อสาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน  ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายอุฬารฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการประกอบธุรกิจการให้กู้ยืมเงินอย่างแพร่หลายเป็นจำนวนมากผ่านช่องทางต่าง ๆ หลายรูปแบบ โดยเฉพาะช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา จึงได้ออกประกาศดังกล่าว เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมจากการกู้ยืมเงิน และเป็นการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งมีสาระสำคัญ ได้แก่

1.  ผู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินที่อยู่ภายใต้ประกาศฯ มีดังนี้

  1) สถาบันการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

 2) ธนาคารที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ

     3) บุคคลธรรมดา ซึ่งดำเนินธุรกิจให้กู้ยืมเงินเป็นปกติธุระ

     4) นิติบุคคล ซึ่งดำเนินธุรกิจให้กู้ยืมเงิน หรือการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือการบริหารสินทรัพย์ประเภทสิทธิเรียกร้องที่เป็นเงิน ยกเว้นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นิติบุคคลเฉพาะกิจตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

 2.  การทำสัญญากู้ยืมเงินตามประกาศฯ ฉบับนี้ ต้องมีสาระสำคัญ ดังนี้

   1)  ต้องเป็นสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่าง ผู้ประกอบธุรกิจ (ผู้ให้กู้) กับผู้บริโภค (ผู้กู้) มิใช่เป็นระหว่าง ผู้ประกอบธุรกิจ (ผู้ให้กู้) กับนิติบุคคล (ผู้กู้) หรือ ผู้ประกอบธุรกิจ (ผู้ให้กู้) กับ ผู้ประกอบธุรกิจ (ผู้กู้)

  2)  มีวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมเงิน ผู้กู้ (ผู้บริโภค) ต้องนำไปใช้สอยตามวัตถุประสงค์ของ

ผู้กู้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่นำไปใช้ในการประกอบธุรกิจเพื่อหารายได้ ทั้งนี้ หมายความรวมถึง การให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และการให้กู้ยืมเงินผ่านคนกลางที่ดำเนินการโดยมีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วย

  3)  สิทธิในการบอกเลิกสัญญาของผู้ให้กู้กรณีผู้กู้ผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไข ผู้ให้กู้ต้องปฏิบัติดังนี้

- จะต้องเป็นข้อความที่ระบุไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดงหรือตัวสีดำหนาหรือตัวเอนหรือขีดเส้นใต้ หรือโดยประการอื่นที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป

- ก่อนบอกเลิกสัญญาต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้กู้ไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่วัน

ถัดจากวันที่ผู้กู้ได้รับหนังสือ เพื่อให้ผู้กู้แก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขดังกล่าว และผู้กู้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญากู้ยืมเงินได้

  4)  ในกรณีผู้กู้มีความประสงค์ที่จะชำระหนี้ทั้งหมดในคราวเดียวโดยไม่ผ่อนชำระเงินกู้

รายงวดตามสัญญากู้ยืมเงิน ผู้ให้กู้ต้องไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระตามสัญญา และให้คืนทรัพย์หลักประกันหรือสิ่งยึดหน่วง (ถ้ามี) ให้แก่ผู้กู้หรือผู้ค้ำประกัน แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระหนี้ครบถ้วน

  5)  ผู้ให้กู้ต้องจัดทำตารางแสดงภาระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ จำนวนยอดเงินกู้ยืมที่ต้องชำระ วัน เดือน ปี ที่ชำระเงินในแต่ละงวด แยกเป็นเงินต้น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

และจำนวนเงินกู้ยืมที่คงค้าง โดยแยกเป็นเงินต้นคงค้าง ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และให้แนบตารางแสดงภาระหนี้ ตามสัญญาดังกล่าวไว้ท้ายสัญญา

  6)  ในกรณีที่ผู้ให้กู้มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ไว้ หากผู้ให้กู้จะนำข้อมูลนั้น

ไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม  ผู้ให้กู้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

 โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 มีนาคม 2566 ซึ่งจะบังคับใช้เฉพาะสัญญากู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคที่ทำตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป ส่วนสัญญากู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคที่ทำก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2566 ยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา

 ทั้งนี้ หากผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิจากผู้ประกอบธุรกิจ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ทาง สายด่วน 1166 หรือร้องทุกข์ ผ่านทางแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือผ่านทางเว็บไซต์ ocpb.go.th ได้ตลอด24 ชั่วโมง