|
นายจิรชัย มูลทองโร่ย
เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค |
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
บัญญัติให้มีองค์กรของรัฐในการให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค
ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภค ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก
ผู้ประกอบธุรกิจ ในด้านโฆษณา ด้านฉลาก ด้านสัญญา ด้านสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
การรับเรื่องร้องทุกข์ การฟ้องคดี
รวมถึง การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
ให้ความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค โดยบัญญัติไว้ใน มาตรา ๖๑ ว่า " สิทธิของบุคคลซึ่งเป็น ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริง
และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหายรวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิ ของผู้บริโภค
ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.
ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงตัวผู้บริโภค ซึ่งความสำเร็จในการเข้าถึงผู้บริโภค
มาจาก วิสัยทัศน์รูปแบบใหม่ๆ ที่ สคบ.นำมาปรับใช้เป็นแนวทางหลักในการทำงาน ๕ ข้อ คือ
๑.
การรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อน
หรือถูกละเมิดสิทธิจากการซื้อสินค้า และการใช้บริการต่างๆ
๒.
การติดตามพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจ ที่อาจละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
โดยการตรวจสอบโฆษณา ตรวจสอบคุณภาพของสินค้าว่าตรงตามมาตรฐาน หรือไม่
รวมถึงตรวจสอบสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค
๓.
การให้ความรู้แก่ประชาชน ผู้บริโภค ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการรวมพลังจัดตั้ง
กลุ่ม จัดตั้งชมรม เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
๔. การขยายเครือข่าย สร้างเครือข่ายให้ประชาชนผู้บริโภค
เฝ้าติดตามตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภคหรือสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้บริโภค
เช่น
การขยายเครือข่ายไปในสถานศึกษาทั้งในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงภาคประชาชนทุกกลุ่ม
อย่างกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแรงงาน
เพื่อเป็นหน่วยเฝ้าระวังในการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
๕. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้ความรู้กับประชาชนผู้บริโภคเพื่อให้รู้เท่าทันผู้ประกอบธุรกิจ
ป้องกันมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ
ตั้งแต่ปี
๒๕๕๑ เป็นต้นมา สคบ.
ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา
เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งศูนย์อำนวยความเป็นธรรมอำเภอทุกแห่ง
เพื่อให้มีบทบาทในการเป็นที่พึ่งของผู้บริโภค
โดยให้มีการจัดตั้งเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของผู้บริโภค
การเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องราวร้องทุกข์
การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
ตลอดจนการตรวจสอบพฤติกรรมผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค
ซึ่งกล่าวได้ว่าขณะนี้สามารถดำเนินการสร้างกลไกภาครัฐเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกองค์การบริหารส่วนตำบลกว่า
๕,๐๐๐ แห่ง เทศบาลกว่า ๒,๐๐๐ แห่ง
และคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคประจำอำเภอ ๘๗๘
อำเภอทั่วประเทศ
จึงมั่นใจได้ว่า สคบ. สามารถช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิได้อย่างทั่วถึง
และถึงแม้จะมี สคบ. คอยช่วยเหลือผู้บริโภค แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ
การที่ผู้บริโภครู้จักรักษาสิทธิของตัวเองโดยการไม่เชื่อโฆษณา อ่านฉลากก่อนซื้อ
และรอบคอบก่อนทำสัญญา เป็นแนวทางที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่สุจริต
|