คำถามที่ถามบ่อย

1. กรณี ผู้ร้องค้างชำระค่างวดรถยนต์กี่งวด ไฟแนนซ์จึงจะสามารถทำการยึดรถได้
ผู้ร้องต้องค้างชำระครบ 3 งวด ไฟแนนซ์จะยกเลิกสัญญา และมีจดหมายแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้าอีก 30 วัน จึงจะสามารถยึดรถได้ แต่ถ้าผู้ร้องเซ็นต์เอกสารยินยอมให้รถไป ทางไฟแนนซ์ก็สามารถยึดรถไปได้เลย
2. กรณีผู้ร้องจอง บ้าน , คอนโด แต่กู้ไม่ผ่าน ต้องการขอเงินจองและเงินดาวน์คืนได้หรือไม่ ?
กรณีกู้ไม่ผ่านทางผู้ประกอบการมีสิทธิ์ริบเงินจอง , เงินทำสัญญา แต่ส่วนอื่นๆ เช่น เงินดาวน์ , เงินค่าตกแต่ง ต้องคืนให้ผู้ซื้อ
3 กรณีที่ผู้ร้องวางเงินจองรถยนต์ ไม่ได้รับรถตามเวลาที่กำหนด ขอเงินคืนได้หรือไม่ ?
ถ้าเป็นความผิดของผู้ประกอบการที่ไม่สามารถส่งมอบได้ตามกำหนด ทางผู้ประกอบการต้องคืน เงินมัดจำ , เงินทำสัญญาให้ผู้ร้องทั้งหมด
4 กรณีก่อสร้างบ้านไม่เสร็จตามสัญญา ทางผู้ประกอบการเร่งรัดให้โอนกรรมสิทธิ์ จะดำเนินการอย่างไร ?
แนะนำให้ทางผู้ซื้อทำหนังสือแจ้งทางโครงการเพื่อขอระงับการโอนออกไปก่อน จนกว่าจะมีการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีการตรวรรับบ้านเรียบร้อยแล้ว
1. ก่อนการซื้อ "อาคารชุดพักอาศัย" "คอนโดมิเนียม"
ศึกษาสภาพแวดล้อม ผลงานผู้ประกอบธุรกิจ
1. ตรวจสอบโครงการทางราชการว่าจะ ดำเนินการใดในบริเวณที่ดินนั้นหรือไม่ เช่น มีข้อห้ามมิให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงๆ หรือบริเวณดังกล่าวรัฐกำลังจะดำเนินการเวนคืนในอนาคต เป็นต้น โดยตรวจสอบได้ที่เทศบาล หรือสำนักงานโยธาจังหวัดที่โครงการจัดสรรตั้งอยู่
2. สถานที่ตั้งโครงการสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่มีมลพิษ เช่น ฝุ่นละอองหรือเสียงรบกวนต่างๆ หรือมีน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจทำให้ท่านเดือดร้อนได้ในภายหลัง
3. ตรวจสอบผลงาน หากผู้ประกอบธุรกิจได้เคยดำเนินการมาแล้วก็ต้องพิจารณาดูว่า โครงการที่ดำเนินการมาแล้วนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร ทำตามโครงการหรือสัญญาครบถ้วนหรือไม่ มีการส่งมอบงานหรือโอนบ้านตามกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้อาจสอบถามได้จากผู้ซื้อรายก่อน
อย่าด่วนตัดสินใจซื้อ ตรวจสอบห้องชุดก่อน

ผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อห้องชุดต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบเช่นเดียวกัน อย่ารีบร้อนหรือด่วนตัดสินใจซื้อห้องชุดที่โฆษณาขายอยู่ในบ้านเรา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะดังนี้

1. กรณีที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างอาคาร ผู้บริโภคควรตรวจสอบดังนี้
1.1 ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารว่าได้รับอนุญาตหรือยังไม่ได้รับอนุญาต ขอตรวจสอบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด
1.2 ตรวจสอบชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แผนผังแสดงเขตที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุด เลขที่ของโฉนดที่ดินตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
1.3 ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และสถานภาพของผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด ว่าเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุดหรือไม่ ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนกับทางราชการถูกต้องแล้วหรือไม่ มีทุนจดทะเบียน ทุนที่ชำระแล้วเท่าไร ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี
1.4 ตรวจสอบว่าที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุดมีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินหรือไม่ อย่างไร คือนำไปจำนองไว้กับธนาคารหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือไม่นั่นเอง ท่านตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
1.5 ต้องสอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้ออาคารชุดซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้องร่วมกันออกตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง ค่าภาษีอากร เป็นต้น สอบถามได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
1.6 ต้องสอบถามหรือขอคำรับรองจากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุดด้วยว่า จะเริ่มก่อสร้างและแล้วเสร็จเมื่อใด

2. กรณีที่ก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้บริโภคควรต้องตรวจสอบ ดังนี้
2.1 ตรวจสอบว่าได้มีการจดทะเบียนอาคารชุดแล้วหรือไม่ มีเลขที่ของทะเบียนอาคารชุดแล้วหรือไม่ เลขที่ของทะเบียนอาคารชุดเท่าไร ใครเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด ขอตรวจสอบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด แต่ถ้าหากไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
2.2 ตรวจสอบเลขที่ของโฉนดที่ดิน จำนวนเนื้อที่ที่ดินของโครงการ แผนผังแสดงเขตที่ดิน และที่ตั้งอาคารชุด ว่าตรงกันกับที่ได้จดทะเบียนอาคารชุดแล้วหรือไม่ ตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
2.3 ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และสถานภาพของผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด ว่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มี อำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี
2.4 ตรวจสอบว่าที่ดินจะก่อสร้างอาคารชุดมีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงิน หรือไม่อย่างไร คือนำไปจำนองไว้กับธนาคารหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือไม่ ท่านตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
2.5 ตรวจสอบรายการและขนาดของทรัพย์สินที่ใช้เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลาง ว่าตรงกันกับที่ได้มีการโฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบได้จากที่ตั้งโครงการและผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด
2.6 สอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้ออาคารชุด ซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้องร่วมกันออกตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลาง ค่าภาษีอากร เป็นต้น ขอทราบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด อำเภอ หรือสำนักงานที่ดินเขตที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี
สำหรับรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น ทางราชการได้ออกกฎกระทรวงตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องบอกกล่าวหรือระบุในคำโฆษณาแล้ว แต่ยังไม่ควรมั่นใจว่าจะถูกต้องหรือเป็นจริงและเพียงพอที่จะตัดสินใจซื้อ หรือเข้าทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ ควรที่จะได้ตรวจสอบกับทางราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความรอบคอบและจะได้ไม่ถูกหลอกลวงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ

การตรวจสอบหนังสือสัญญา
เมื่อผู้บริโภคตกลงใจหรือตัดสินใจที่จะซื้อบ้าน ที่ดินจัดสรรหรืออาคารชุดแล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือทำสัญญากับผู้ขาย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เพราะผู้ซื้อจะต้องลงชื่อผูกพันในหนังสือสัญญากับผู้ขาย การเอารัดเอาเปรียบของผู้ขาย หรือความเสียเปรียบของผู้ซื้ออาจเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร จะอยู่ที่หนังสือสัญญาฉบับนี้ ดังนั้นก่อนที่ผู้บริโภคจะลงชื่อในหนังสือสัญญาจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ โดยไม่ต้องเกรงใจผู้ขาย ต้องตรวจสอบข้อความในหนังสือสัญญาให้ละเอียด และทำความเข้าใจให้แจ้งชัด ก่อนที่จะลงลายมือชื่อของตนในหนังสือสัญญาฉบับนั้น ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ต้องหาผู้รู้มาให้คำแนะนำ หรือถ้าสงสัยในเรื่องใดก็ต้องสอบถามผู้ขายให้เป็นที่ตกลงกันโดยแน่นอนเสียก่อน มิฉะนั้นอาจตกเป็นผู้เสียเปรียบในการทำสัญญาได้ เช่น
1. ห้องที่ทำสัญญาถูกต้องตรงตามตัวอย่างที่โฆษณาหรือไม่ จะต้องตรวจในรายละเอียดด้วย เพราะมีผู้ดำเนินการบางรายอาจทำแบบบ้านอย่างหนึ่ง แต่เวลาทำสัญญาได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดบางประการซ่อนไว้ หากไม่ตรวจสอบจะไม่ทราบ
2. ขนาดของห้องที่ตกลงทำสัญญาซื้อนั้นถูกตรงตามที่ผู้ซื้อจองตามผังจัดสรรหรือไม่
3. ระยะเวลาการเริ่มต้นก่อสร้างและระยะเวลาการสร้างห้องแล้วเสร็จส่งมอบให้ผู้ซื้อได้เมื่อใด ควรต้องมีกำหนดไว้ในสัญญาด้วย
4. หากในสัญญากำหนดเบี้ยปรับไว้กรณีผู้ซื้อผิดนัด เช่นนี้ก็ควรกำหนดเบี้ยปรับไว้ในสัญญากรณีผู้ขายผิดนัดด้วย
5. ควรกำหนดเวลาประกัน กรณีห้องชำรุดบกพร่องไว้ด้วย ว่าจะให้ผู้ขายปฏิบัติอย่างไร
2. การยกเลิกการเป็นสมาชิกฟิตเนส ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้บริการออกกำลังกายเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2554 (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2554)
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 บัญญัติว่า ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง

ถ้าสัญญา มิได้ระบุว่ามีสิทธิยกเลิกสัญญาแต่ประการใด อีกทั้งศาลฎีกาก็ได้พิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาได้นั้น จะต้องเกิดจากสิทธิตามสัญญา หรือตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เมื่อธุรกิจฟิตเนสได้ถูกคณะกรรมการฯ ควบคุมสัญญาแล้ว ดังนั้น กระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย ต้องยึดตามประกาศฯ ก่อน เพราะแยกหลักเกณฑ์การพิจารณาออกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปแล้ว ที่บัญญัติสิทธิบอกเลิกไว้ คือ

1. ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายตามที่ระบุไว้ในสัญญา หรือมีแต่ชำรุดบกพร่อง หรือมีแต่ไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิก
2. แพทย์มีหนังสือรับรองว่าผู้บริโภคออกกำลังกายแล้ว อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
3. เทรนเนอร์ฝึกสอนแล้วผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บ หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายชำระโดยไม่มีคำเตือน

แต่หากไม่มีบทบัญญัติตามประกาศฯ พิจารณาตามประเด็นข้อพิพาทจึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับใช้

ดังนั้นหากไม่มีข้อสัญญาให้ยกเลิกสัญญาได้ จึงควรเจรจาหาทางออกของปัญหาให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์กัน น่าจะดีกว่า เช่น ปรับลดสัญญาลงมา หรือโอนสิทธิสมาชิกให้กับบุคคลอื่น ......

ติดต่อได้ที่กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา 02-1413463-4 , 02-1430401-3
ข้อแนะนำที่ 1 ก่อนการร้องเรียนมายัง สคบ
ให้ผู้ร้องติดต่อเจรจากับทางผู้ประกอบการก่อน เพื่อดูความรับผิดชอบในเบื้องต้น ถ้าได้รับคำตอบจากทางผู้ประกอบการแล้วแต่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องเรียนมายัง สคบ.ได้ทันที
ข้อแนะนำที่ 2 ฉลากของสินค้าต้องระบุข้อความดังนี้
ชื่อสินค้า, ชื่อเครื่องหมายการค้า,สถานที่ตั้งของผู้ผลิต, ขนาด/น้ำหนัก, วิธีใช้, ข้อแนะนำการใช้หรือข้อห้าม, คำเตือน(ถ้ามี) ,วันเดือนปีที่ผลิต และ ราคา
ข้อแนะนำที่ 3 ฉลากรถยนต์ใช้แล้ว
ฉลากรถยนต์ใช้แล้ว จำหน่ายชุดละ 50 Copy เล่มละ 70 บาท สามารถสั่งซื้อหรือติดต่อได้ที่ คุณประยงค์ หมายเลข 02-1430377-8
ข้อแนะนำที่ 4 สคบ.มีการปรับปรุงเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์
สคบ.มีการปรับปรุงเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์มีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และมีข้อกำหนดราคาเช่าซื้อ อัตราดอกเบี้ย การผ่อนชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่ม การคิดคำนวณเงินค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระ ราคาที่ขายได้ รวมทั้งผู้ให้เช่าซื้อมีความประสงค์จะนำเงินค่างวดของผู้เช่าซื้อมาหักชำระค่าเบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายในการทวงถาม ค่าติดตามรถยนต์ ค่าทนายความ หรือการให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อ คำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกัน