1

2

ระบบติดตามและประเมินผล
ระบบฐานข้อมูลกลาง
ระบบ e-learning
ระบบคลังความรู้ ( KM)
ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
การหาข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
แผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
การจัดการองค์ความรู้ KM
ผลการดำเนินงานของ สคบ.
งานคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค
งานด้านขายตรงและตลาดแบบตรง
งานด้านยุทธศาสตร์และงบประมาณ
ระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามประเมินผลการดำเนินงานฯ
แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการคุ้มครองผู้บริโภค
Asia-Pacific Economic Cooperation
สคบ. ช่วยเป็นสื่อกลางเยียวยาน้ำท่วม
โครงการอบรมความรู้ให้แก่ อปท.
     
ข่าวเด่น
"ซองยา ต้องมีชื่อยา" กินยาไม่รู้ชื่อ ยาอันตรายกว่าที่คิด เชื่อว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเราอาจไม่

วันที่ 24 ก.พ. 2554

            เชื่อว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเราอาจไม่สบายจนต้องพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อซื้อยารับประทานเอง!!
การใช้ยาฟุ่มเฟือยและไม่เหมาะสม ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยขณะนี้ แต่ละปียอดค่าใช้จ่ายการใช้ยาคนไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นเป็นร้อยละ 42.80 ของรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ซึ่งสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีค่าใช้จ่ายด้านยาเพียง ร้อยละ 10-20 เท่านั้น

            แม้ว่าประเทศไทย จะถือว่าสามารถเข้าถึงยาได้สูง แต่ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยร้อยละ 18-30 ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยปัญหาอันเนื่องจากยา ทั้งที่สามารถป้องกันได้ !!
 
            สิทธิผู้บริโภค เป็นคำที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านได้รับการพูดถึงอย่างมาก ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการอย่างรอบด้านซึ่ง "ยา" ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
 
            ในประเด็นสิทธิด้านยา ถือว่าขณะนี้ประชาชนยังรับรู้สิ่งที่ควรทราบน้อย เช่น ชื่อยา สรรพคุณยาวิธีการใช้ยา และข้อระวังการใช้ยาโดยเฉพาะข้อมูลจากสถานการณ์ยาจากสถานบริการสาธารณสุขเอกชน ร้านขายยา
 
             เมื่อเร็วๆนี้ เครือข่ายเภสัช -ทันตะบุคลากรเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ร่วมกับ เครือข่ายเภสัชกรชุมชนคุ้มครองผู้บริโภค จ.ลพบุรี เครือข่ายผู้บริโภคภาคประชาชน จ.ลพบุรี และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค จ.สมุทรสงคราม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ระดมความคิดและร่วมหารือ ถึงประเด็นสิทธิที่ผู้ป่วยควรได้รับทราบเมื่อได้รับยา เพื่อย้ำว่า "ซองยา ต้องมีชื่อยา"
เนื่องจาก สิ่งที่เป็นปัญหา คือ คลินิกร้านขายยา และสถานพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ข้อมูลยาแก่ผู้ป่วยอย่างเพียงพอ พบว่าในซองยาส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ขนาด และวิธีใช้แต่ไม่มีชื่อยาในฉลากยา
การไม่ทราบชื่อยา ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ตามมาหลายอย่าง คือ
 
            1. การแพ้ยาซ้ำ เมื่อแพ้ยา สิ่งที่ต้องทำคือไม่ใช้ยาดังกล่าวซ้ำ เพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่อันตรายการไม่ทราบชื่อยา ทำให้ไม่สามารถบอกแพทย์ที่รักษาหรือป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้รับยาซ้ำได้ ซึ่งเสี่ยงอันตรายถึงตายได้
            2. การได้ยาเกินขนาด ในกรณีที่มีการรับยาจากคลินิกหรือร้านขายยาหลายๆแห่ง หากไม่ทราบชื่อยา ก็ทำให้จะเกิดโอกาสที่จะรับยาชนิดเดียวกันซ้ำทำให้เสี่ยงต่อการรับยาเกินขนาดได้ หรือ ทำให้ต้องใช้ยาที่แพงขึ้นเพราะไม่ทราบประวัติการใช้ยาที่ใช้มาก่อน
            3. สิ้นเปลือง เพราะผู้ป่วยบางราย เมื่อรับยาจากที่ใดแล้วอาการดีขึ้น ก็มักจะกลับไปรับยาซ้ำ หากมีการย้ายถิ่นฐาน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนที่ซื้อยาได้ เพราะไม่ทราบชื่อยา ก็จำเป็นต้องกลับไปที่เดิมเพื่อให้ยาตัวเดิมที่ใช้แล้วมีอาการดีขึ้น
ภก.เด่นชัย ดอกพอง เครือข่ายเภสัช-ทันตะบุคลากรเพื่อพัฒนาสุขภาพชุมชน อธิบายถึงผลการสำรวจ เรื่อง "การให้ข้อมูลยาของคลินิกและร้านขายยาแก่ผู้ป่วย จังหวัดศรีสะเกษ"เพื่อศึกษาสถานการณ์การให้ข้อมูลยาของคลินิกแพทย์และร้านขายยา ทำให้ได้ทราบว่า ในคลินิกและร้านขายยาที่ทำการสำรวจทั้งหมด 20 แห่ง พบว่า คลินิก 8 แห่ง และร้านขายยา10 แห่ง ไม่ให้ชื่อยาในฉลากยา โดยระบุเพียงขนาด และวิธีใช้เท่านั้น ในขณะที่มีคลินิกและร้านขายยาเพียงอย่างละ 1 แห่ง เท่านั้นที่ระบุชื่อยาในฉลากยา และส่วนใหญ่ก็มิได้ให้คำแนะนำผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์ ข้อควรระวัง และการปฏิบัติตัวขณะใช้ยา
 
            "เมื่อเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลรัฐ จะพบว่ามีการใส่ชื่อยาสามัญ หรือ ชื่อทางการค้าเสมอซึ่งไม่ใช่เรื่องยากหากคลินิก หรือ ร้านขายยาจะทำแต่ส่วนใหญ่จะอ้างว่าไม่มีเวลาหรือยากที่จะปฏิบัติในอนาคตการแก้ปัญหานี้จะทำได้โดยทำให้เกิดสมุดบันทึกการรักษาการใช้ยาประจำตัวผู้ป่วย หรือ สมาร์ทการ์ด ไม่ว่าจะรับยาจากไหนก็ต้องมีประวัติบันทึกไว้เพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วยทุกคน"
 
             สิ่งที่ประชาชน ควรได้รับจากคลินิกแพทย์และร้านขายยาเมื่อต้องรับยาเพื่อให้ใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย คือ
             1.ชื่อยาเป็นภาษาไทยหรือชื่อภาษาอังกฤษ เป็นชื่อสามัญทางยาหรือชื่อการค้า 
             2.ข้อบ่งใช้ของยาในแต่ละตัวว่ามีคุณสมบัติในการรักษาอย่างไร
             3.ขนาดและวิธีใช้เพื่อบอกปริมาณยาที่ใช้วิธีการบริหารยาเพื่อให้ยาเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิผลในการรักษาที่ดี
             4.ผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากยา
             5.ข้อควรระวังและข้อควรปฏิบัติในขณะใช้ยา6.การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดปัญหาจากการใช้ยาใช้ยาแน่นอนว่าถ้าปัญหาเหล่านี้มิได้รับการแก้ไข ย่อมทำให้ประชาชนผู้บริโภคเสี่ยงต่อการได้รับความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยา เพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงการเปลี่ยนยาบ่อยๆ ใช้ยาซ้ำซ้อนกลายเป็นปัญหาการใช้ยาฟุ่มเฟือย ไม่เหมาะสมสุดท้าย ปัญหาก็ตกไปเป็นของทุกคน คือ ภาระค่ายาของประเทศที่สูงขึ้นซึ่งจะกระทบต่อทุกคนในที่สุด
            นอกจากการทำให้ผู้ให้บริการคำนึงถึงสิทธิของผู้บริโภค ในส่วนผู้บริโภคเอง ก็ต้องพิทักษ์สิทธิของตนเอง ว่า มีสิทธิที่จะทราบชื่อยาไม่ว่าจะเป็นชื่อสามัญหรือ ชื่อทางการค้า มีสิทธิที่จะทราบผลข้างเคียงจากการใช้ยา หรือ การรับประทานยาไม่ครบ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง
ภก.เด่นชัย ยังอธิบายให้ฟังว่า แผนในอนาคตจะเร่งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใส่ใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางแก้ไข เช่น การออกข้อบังคับประกาศ หรือ แนวทางอื่นใด นอกจากนี้ จะรณรงค์ด้วยการกระตุ้นเตือนให้ผู้บริโภค รับทราบสิทธิเพื่อปกป้องความปลอดภัยของตนเอง
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
(เริ่มนับจากวันที่ 19 มิถุนายน 2556)