ฝากข้อความไว้เมื่อ :
9 สิงหาคม 2554
เรียน ธนัตตา คำมา
จากข้อเท็จจริงที่สอบถามมา กรณีการติดตามทวงหนี้ที่เจ้าหนี้มักข่มขู่ลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวาจา การใช้กำลัง ทำให้ลูกหนี้เกิดความเสียหายและไม่สะดวกใจ จึงทำให้กระทรวงการคลังได้มีการร่างพระราชบัญญัติขึ้นเพื่อให้มีการควบคุมธุรกิจทวงหนี้ให้เหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติทวงหนี้อย่างเป็นธรรม ตามที่ทางกระทรวงการคลังได้เสนอ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการทวงหนี้ เพราะบริษัทส่วนใหญ่มักใช้บริการจาก บริษัทรับจ้างทวงหนี้ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่อยู่นอกเหนือประกาศจากธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากประกาศดังกล่าวครอบคลุมแค่สถาบันการเงิน
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ชี้แจงว่า การร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้น ก็เพื่อควบคุมให้บริษัททวงหนี้ทั้งหมด อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่และมีการจดทะเบียนถูกต้อง โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อห้ามต่าง ๆ ดังนี้
1. ต้องขึ้นทะเบียนกิจการทวงหนี้
2. ให้ติดต่อลูกหนี้ได้ในเวลา 08.00 20.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการให้ติดต่อได้ไม่เกิน 18.00 น.
3. ห้ามติดต่อลูกหนี้ทางไปรษณียบัตร
4. ห้ามใช้ภาษา หรือสัญลักษณ์ ที่บ่งบอกให้เห็นว่าเป็นการทวงหนี้บนซองจดหมายหรือหนังสือที่ให้กับลูกหนี้
5. ห้ามทวงหนี้เกินกว่าเหตุ และก่อความรำคาญ หรือโทรวันละหลายครั้ง
6. ห้ามใช้วาจาดูหมิ่น เสียดสี ถากถาง กับผู้ที่เป็นลูกหนี้
7. ห้ามเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ให้กับบุคคลอื่น
8. ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทวงหนี้
หากทำผิดกฎข้อบังคับมีโทษดังนี้
1. ปรับไม่เกิน 300,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
2. เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทวงหนี้
แต่ตอนนี้กฎหมายฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากเป็นเพี่ยงแค่ร่างกฎหมาย เมื่อผู้ร้องได้รับความเสียหายจากการทวงหนี้ไม่เป็นธรรม แนะนำให้ผู้ร้องร้องเรียนไปที่กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒๒๘๓๕๓๕๓,๐๒๒๘๓๖๗๘๙
ขอบคุณค่ะ
นางสาวน้ำทิพย์ เหล่าจูม นิติกรปฏิบัติการ สคบ.
นางสาวจิตรตรา ขันเงิน นิติกร สคบ. |